เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้ว คุณ Ahmad เค้าอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้คนเราเรียนรู้ได้ดีขึ้นไปแล้ว มาตอนนี้เค้าได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของเค้าว่าวางแผนในการเรียนยังไงให้ประสบความสำเร็จ มาดูกันเลยครับ

 

การวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนของคุณ

  1. ทำตารางเวลา
    ส่วนตัวผม ผมใช้เวลา 11ชั่วโมงในการอ่านหนังสือ นี่คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จเลยนะ ผมใช้เวลาแทบทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มไปกับการเรียน คุณอาจไม่ต้องทำขนาดผมก็ได้ ที่ผมใช้เวลาเยอะขนาดนี้เพราะผมสนใจในวิชาที่ผมเรียนอยู่ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าผมเอาจริงเอาจังมากกับการเรียน ผมเกิดมาในครอบครัวยากจน ถ้าผมไม่ขยันรับรองชีวิตผมลำบากแน่ พอผลการเรียนดี ผมก็ได้รับทุนเรียนฟรี ได้เงินรางวัลจากรัฐบาล ทำให้ผมมีอนาคตที่ดีขึ้น
  2. คนเรานั้นมีสมาธิได้ 40นาที หรืออย่างมากก็ 1ชั่วโมง เพราะงั้นให้เปลี่ยนวิชาเรียนทุกๆ 40นาทีหรือ 1ชั่วโมงครับ จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มความยาวให้ได้ถึง 2ชั่วโมง ฟังดูยากแต่ผมก็ทำได้มาแล้ว
  3. เริ่มจัดตารางของวันด้วยการอ่านเนื้อหาใหม่ที่ต่อจากเมื่อวาน การเริ่มต้นวันด้วยสิ่งใหม่ๆจะช่วยให้คุณมีความหวังและมีแรงกระตุ้น นั่นทำให้คุณได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง
  4. อย่าอ่านจบบทนึงแล้วอ่านบทถัดไปต่อเลย ให้พักเบรกซัก 5-10นาทีก่อน ช่วงพักก็กินชอคโกแลต กินผลไม้ หรือวิตามินเสริม ลุกขึ้นยืนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เพื่อให้สมองและความคิดได้ผ่อนคลายบ้าง เหมือนกับการคลิกขวาบน desktop แล้วกดปุ่ม refresh เพื่อให้คอมฯของคุณพร้อมจะรัน applicationต่อไปได้
  5. อ่านแต่ละบท 3ครั้งต่อวัน จัดตารางให้เนื้อหานั้นมี 3ช่วงต่อวัน
  6. จดโน๊ตในการอ่านครั้งแรก แล้วทบทวนในครั้งที่สองและสาม โน๊ตที่จดไม่จำเป็นต้องเหมือนในหนังสือเด๊ะๆ ให้เขียนจากความเข้าใจของคุณเอง
  7. ปรับตารางเวลาใหม่ของแต่ละวิชาอย่างน้อยทุกๆ 2สัปดาห์ หรือลองทำแบบฝึกหัดทดสอบความรู้ตัวเองหลังจากอ่านได้ 1สัปดาห์ แล้วปรับเวลาใหม่ไห้สอดคล้องกับผลคะแนนที่ได้
  8. ลองทดสอบความรู้ตัวเองบ้างระหว่างวัน
  9. ก่อนจะหมดวัน ให้เผื่อเวลามานั่งทบทวนว่าวันนี้เราอ่านอะไรไปแล้วมั่ง
  10. วันถัดมา ให้เริ่มวันด้วยการดูซิว่าเมื่อวานเราอ่านอะไรไปมั่ง เริ่มด้วยการอ่านอะไรง่ายๆแล้วค่อยๆเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ อย่าเริ่มทำแบบฝึกหัดตั้งแต่แรก
  11. จัดลำดับความสำคัญของแต่ละวิชา หรือลำดับจากความยากง่ายก็ได้ แล้วแบ่งเวลาในการอ่านให้สอดคล้องกับลำดับนั้น เช่นวิชาไหนที่สำคัญหรือยาก ก็ให้เวลาในการอ่านมากกว่าวิชาอื่นๆ
  12. ถ้าเนื้อหาส่วนไหนสามารถลงมือปฏิบัติจริงได้ที่บ้านหรือในห้องแล็บ ให้ลงมือทำเลย!! ยกตัวอย่างเช่น ผมเขียนโปรแกรมเพื่อจำลอง conceptทางฟิสิกส์อันหนึ่ง นี่ช่วยให้ผมเข้าใจเนื้อหาได้เยอะขึ้นมากเลย

 

เทคนิคสำหรับวิชาต่างๆ

  1. วิชาคณิตศาสตร์ คุณต้องทำโจทย์ ถ้าทำไม่ได้ก็หาคู่มือมาช่วยแล้วลงมือทำตามคู่มือแบบเด๊ะๆเลย พอคุณก๊อบวิธีการทำโจทย์ด้วยมือคุณเอง คุณจะรู้ว่าคุณขาดความเข้าใจตรงไหน วิธีนี้เค้าเรียกว่าเรียนด้วยมือไม่ใช่สมอง ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะบางครั้งคำตอบเนี่ยแหละจะบอกวิธีการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
  2. สำหรับวิชาฟิสิกส์ ให้เริ่มจากการตั้งสมการของหัวข้อนั้นๆ แล้วพยายามพิสูจน์ให้ได้ว่าสมการนี้มันมาได้ยังไงโดยใช้ทฤษฎีต่างๆมาประกอบ
  3. ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ ให้จดคำศัพท์ยากๆลงสมุดซะ แล้วเรียนคำเหล่านั้นก่อน
  4. วิชาเกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ ให้อ่านเนื้อหาเดียวกันจากหลายๆแหล่งทีมาครับ เริ่มจากอ่านหนังสือในห้องเรียนก่อน เสร็จปุ๊ปก็ลองไปอ่านใน Wikipedia เสร็จปุ๊ปก็หาหนังสือเล่มอื่นๆมาอ่าน วิธีนี้มีประโยชน์มากๆครับ อย่าอ่านจากเล่มเดียว เพราะนอกจากจะทำให้คุณเบื่อแล้วก็คุณก็จะจำอะไรไม่ค่อยได้ด้วย

สรุป

  • ความมุ่งมั่น การวางแผน และความมีวินัย เป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานในการ “เรียนให้เทพ” ครับ
  • การทบทวน และลงมือทำจริง ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้และไม่ลืม

 

บทความชุดนี้ยังไม่จบครับ ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้าย จะพูดถึง “เทคนิคการทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี”

 

Credit: http://www.quora.com/What-are-the-best-study-methods-1

 

ตอนที่แล้ว เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 1

ตอนถัดไป เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 3

Share this:

benakkasit

Co-founder of Course Square เชื่อว่าการแชร์ความรู้ "ผู้ให้ยิ่งได้รับ"