Power of “Powerless Communication”

0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
+
What's This?

สวัสดีครับ

พอดีผมไปอ่านเจอ บทความที่น่าสนใจของ Susan Cain ใน Medium.com มา มันเป็นเรื่องของ Power of “Powerless Communication” อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าจะเอามาเล่าสู่กันฟังได้  ลองอ่านดูนะ อ่านไปก็พยักหน้าหงึกๆ ไปเรื่อยๆนะครับ น่ารักดี

เริ่มแชร์เลยละกันครับ..

ถามนิดนึงครับ คุณเคยได้รับข้อความแบบ “คุณช่วยโทรมาคุยกับผมตอนนี้ได้หรือไม่.” หรือว่า “แล้วนี่เราจะนัดกินข้าวกันตอนไหน.” อะไรทำนองนี้ จากเจ้านายของคุณรึป่าวครับ?

ถ้าคุณสนิทกับเค้าเนี่ย ก็อาจจะรู้สึกแบบ “แล้วไง?” ใช่ปะ แต่ถ้าคุณไม่สนิทเท่าไหร่ อะ..ลองกลับไปอ่านคำถามจากเจ้านายคุณอีกรอบ คุณอาจจะพบว่ามันแบบ “ค่อนข้างที่จะปฏิเสธยาก” หน่อยใช่มั้ยครับ

นั่นก็เพราะว่าพวกเค้าใช้ ประโยคที่ยากที่จะปฏิเสธ ซึ่งเป็น Powerful Signal หรือ การสื่อสารที่มีพลัง แบบหนึ่ง

ก็นะ .. อ่า โอเค พวกเค้าเหล่านั้นอาจจะได้ การตอบรับ (Response) จากคุณอย่างที่เค้าต้องการ แต่เค้าอาจจะไม่ได้ความเต็มใจและความเคารพในการตอบคำถามจากคุณเท่าที่ควร จริงรึป่าวครับ?

 

แต่เดี๋ยว … มันจะมีคนอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งพวกเค้าตั้งใจที่จะเป็นหรือว่าเป็นเองรึป่าวก็ไม่รู้นะครับ พวกเค้าเนี่ยจะใช้ Powerless Communication ในการสื่อสาร มันคืออะไรมาดูกัน

Powerless Communication = การสื่อสารแบบนึกถึงจิตใจผู้อื่น ปนกับ ความไม่มั่นใจหน่อยๆ

เห้ย แล้วมันจะดียังไงเนี่ย พูดแบบไม่มั่นใจ ใครจะเชื่อคุณละทีนี้?

 

อ่า สมมติ Scenario นะครับ

มีงานกลุ่มสามคน คุณเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ คุณได้เสนอไอเดียของคุณไปเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้น นึกภาพตามนะ คนแรกขัดขึ้นมาว่า “ผมว่าทำแบบนี้ดีกว่าครับ” แล้วก็เสนอไอเดียของเค้าออกมา คุณจะรู้สึกปฏิเสธความคิดของเค้าขึ้นมาในใจแว้ปหนึ่งรึป่าวครับ?

สักพักหนึ่ง อีกคนขัดขึ้นมาว่า “เป็นไปได้มั้ย ว่านี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านะครับ” แล้วก็เสนอไอเดียวเค้าขึ้นมา คุณจะรู้สึกยินดีมากกว่าที่จะฟังคนหลัง เพราะคำพูดของเค้าฟังดูมีอีโก้น้อยกว่า และนึกถึงคุณมากกว่า เหมือนว่าเค้าเอาใจคุณไปใส่ใจเค้า

 

หากคุณยังไม่เห็นประโยชน์ของมัน Powerless Communication ผมขอบอกว่า ในเหล่าของคนทำงานด้านการขาย หรือ พวก Salespeople เนี่ย  Powerless Communication สามารถปิด deal หรือที่เรียกว่า ขายสำเร็จ ได้มากกว่าการขายปนการบังคับถึง 67% เชียวนะครับ เนี่ยก็เพราะว่าพวก Salespeople เกรด A เหล่านั้นไม่ได้พยายามแค่จะขายให้ได้ แต่เค้าเอาความรู้สึกของผู้ซื้อมาใส่ใจด้วย ซึ่งผู้ซื้อจะรู้สึกต่างออกไปจากการขายปนการบังคับอย่าสิ้นเชิง

และนี่ก็เป็นพลังของสิ่งที่มันฟังดูเหมือนจะไม่มีพลังอย่าง Powerless Communication บทความเลยได้รับชื่อไปเลยว่า Power of Powerless Communication

 

ขอบคุณครับ

แล้วนี่ได้พยักหน้าหงึกๆ อย่างที่บอกไว้บ้างรึป่าวเนี่ย?

 

Share on Facebook
Share on Twitter
+

Sitthinut Kumpalanuwat

อาหารปรุงแต่งรสสตรอว์เบอร์รีนั้นชอบให้รสชาติดีกว่าสตรอว์เบอร์รีจริงๆ

No Comments

Be the first to start a conversation

Leave a Comment