ร้องเพลงให้เพราะ…ทำยังไงดี

ครูครับ ครูคะ……ร้องเพลงให้เพราะทำยังไง นี้คือ 4 วิธีที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ   ต้องปรับความรู้สึกใหม่ทั้งหมดว่า….เราทำได้ ทุกคนเคยผ่านการติชม (ส่วนมากจะถูกติเสียมากกว่า) มาเป็นเวลานาน ทำให้จิตใต้สำนึกสั่งว่า “ชาตินี้แกคงร้องเพลงไม่มีทางเพราะ” นานวันก็ยิ่งฝังลึกครับ จริงๆแล้ว คนที่ร้องเพลงที่จับจังหวะไม่ได้ จับระดับโน้ตไม่ได้ มีไม่ถึง 10% หวังว่าคงไม่อยู่ในกลุ่มนี้ อีก 90% จะเป็นการร้องแบบเบาๆ ซึ่งเกิดจากการไม่มั่นใจ ความอาย ร้องในที่แคบ หรือร้องเพี้ยนโน้ตนิดหน่อย ไม่สามารถรักษาระดับโน้ตการร้องไว้ได้ ซึ่งมันไม่ได้เลวร้ายเลย แต่ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนปล่อยไปนานวันจะยิ่งฝังลึก เพราะฉะนั้น ต้องปรับใจรับการร้องเพลงใหม่ว่า “เราสามารถฝึกฝนการร้องได้ เสียงเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น” และหาวิธีเพื่อที่จะพัฒนาการร้อง   …ขั้นต่อไป คือ…   สร้างสิ่งแวดล้อมให้เป็น…ดนตรี ครับ อันนี้สำคัญ ถ้าคุณอยากทำอาหารให้เก่งต้องอยู่ในครัว ถ้าอยากซ่อมรถเก่งก็ต้องอยู่ในโรงรถ และถ้าอยากร้องเพลงเก่งต้องอยู่ที่ไหน? อยู่ทุกที่ที่มีเสียงดนตรีครับ การฟังเป็นทักษะแรกของการร้องเพลงครับ เหมือนกับที่บอกว่า “ฟัง พูด อ่าน เขียน” ต้องฟังให้เป็นก่อนอันดับแรกครับ ครูจะบอกให้ว่าเพลงทุกเพลงจากการทำดนตรีที่ดีในศิลปินทุกคน จะมีความเที่ยงตรงในการร้องและจังหวะที่ดีอยู่แล้ว ให้ฟัง และร้องตามมากๆ…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 3

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วครับกับซีรีย์ “เรียนอย่างไรให้เทพ” จากตอนที่แล้วคุณ Ahmad ได้แชร์เทคนิคการเรียน การอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพไปแล้ว ทีนี้มาดูรายละเอียดกันว่าเค้าเตรียมพร้อมอย่างไรในการสอบ เริ่มกันเลยครับ เคล็ดลับเตรียมสอบ ให้อ่านหนังสือเตรียมสอบให้เสร็จก่อนสอบจริงประมาณ 1สัปดาห์ จัดตารางเวลาให้การอ่านแบบจริงจังและวางเดดไลน์ไว้ว่าคุณต้องพร้อมทุกอย่างก่อนวันสอบวันแรก 1สัปดาห์ วิธีนี้จะทำให้คุณไม่กดดันในการเตรียมตัวมากนัก เพราะคุณจะรู้อยู่ในใจว่า “เรายังมีเวลาอีกอาทิตย์นึงสำรองไว้อยู่” แล้วในสัปดาห์สุดท้ายนี้ จะเป็นช่วงเวลาโบนัส อะไรที่คุณเรียนรู้เพิ่มเหมือนเป็นคะแนนพิเศษที่ได้รับ (เพราะคุณอ่านจนจบมาแต่แรกแล้ว) ยิ่งทำให้คุณมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นอีกตามไปด้วย ถ้ามีช่วงเบรก 2-3 วันระหว่างการสอบ อย่ายึดติดกับการอ่านวิชาใดวิชาหนึ่งที่เหลือ ไม่งั้นคุณจะเสียประสิทธิภาพในการอ่านและทำให้คุณเบื่อ ให้เปลี่ยนวิชาอ่านบ้างเพื่อทำให้สมองและสมาธิได้รีเฟรชกับสิ่งใหม่ๆ ทบทวนโน๊ตที่คุณจดไว้หนึ่งวันก่อนสอบจริงจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของเนื้อหาที่จะสอบ และจะช่วยให้คอนเนคชั่นความจำในสมองแข็งแรงขึ้น ลืมได้ยากขึ้น เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว อย่าพึ่งรีบออกจากห้องสอบ ให้คุณอ่านทวนและตรวจสอบดูอีกทีแล้วดูซิว่าตอบถูกไปกี่ข้อ ทำอย่างนี้ในทุกๆวิชา แล้วนำคะแนนที่คุณคิดว่าทำได้มารวมกัน จะช่วยให้คุณมีกำลังใจ เหมือนกับว่าคุณกำลังเล่นเกมส์สะสมคะแนนอยู่ อย่าลืมเพิ่มพลังกายและพลังใจของคุณด้วยการทานอาหารดีๆและออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้สำคัญมากในช่วงการเตรียมสอบ   เราเห็นเทคนิคการวางแผนเพื่อการเรียนและเตรียมสอบที่ดีที่ควรปฏิบัติตามไปละ ทีนี้มาลองมองมุมกลับดูบ้าง แล้วอะไรละที่ไม่ดีไม่ควรทำในการเรียนหนังสือ Dr. Gerard Danford ได้ให้ความเห็นไว้น่าสนใจมากครับว่า “อยากเรียนให้ดีขึ้นหรอ งั้นก็อย่าเรียนด้วยวิธีแย่ๆสิ” อีกทั้งยังบอกด้วยว่าวิธีการเรียนแย่ๆเนี่ย ส่งผลเสียมากกว่าได้ด้วยซ้ำเพราะทั้งเสียเวลาและยังเป็นการหลอกตัวเองด้วยว่าชั้นน่ะได้เรียนมาแล้ว (ซึ่งจริงๆไม่) มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าวิธีเรียนแบบผิดๆมีอะไรกันบ้าง 10 วิธีเรียนแบบผิดๆ…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้ว คุณ Ahmad เค้าอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้คนเราเรียนรู้ได้ดีขึ้นไปแล้ว มาตอนนี้เค้าได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของเค้าว่าวางแผนในการเรียนยังไงให้ประสบความสำเร็จ มาดูกันเลยครับ   การวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนของคุณ ทำตารางเวลา ส่วนตัวผม ผมใช้เวลา 11ชั่วโมงในการอ่านหนังสือ นี่คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จเลยนะ ผมใช้เวลาแทบทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มไปกับการเรียน คุณอาจไม่ต้องทำขนาดผมก็ได้ ที่ผมใช้เวลาเยอะขนาดนี้เพราะผมสนใจในวิชาที่ผมเรียนอยู่ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าผมเอาจริงเอาจังมากกับการเรียน ผมเกิดมาในครอบครัวยากจน ถ้าผมไม่ขยันรับรองชีวิตผมลำบากแน่ พอผลการเรียนดี ผมก็ได้รับทุนเรียนฟรี ได้เงินรางวัลจากรัฐบาล ทำให้ผมมีอนาคตที่ดีขึ้น คนเรานั้นมีสมาธิได้ 40นาที หรืออย่างมากก็ 1ชั่วโมง เพราะงั้นให้เปลี่ยนวิชาเรียนทุกๆ 40นาทีหรือ 1ชั่วโมงครับ จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มความยาวให้ได้ถึง 2ชั่วโมง ฟังดูยากแต่ผมก็ทำได้มาแล้ว เริ่มจัดตารางของวันด้วยการอ่านเนื้อหาใหม่ที่ต่อจากเมื่อวาน การเริ่มต้นวันด้วยสิ่งใหม่ๆจะช่วยให้คุณมีความหวังและมีแรงกระตุ้น นั่นทำให้คุณได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง อย่าอ่านจบบทนึงแล้วอ่านบทถัดไปต่อเลย ให้พักเบรกซัก 5-10นาทีก่อน ช่วงพักก็กินชอคโกแลต กินผลไม้ หรือวิตามินเสริม ลุกขึ้นยืนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เพื่อให้สมองและความคิดได้ผ่อนคลายบ้าง เหมือนกับการคลิกขวาบน desktop แล้วกดปุ่ม refresh เพื่อให้คอมฯของคุณพร้อมจะรัน applicationต่อไปได้ อ่านแต่ละบท 3ครั้งต่อวัน จัดตารางให้เนื้อหานั้นมี 3ช่วงต่อวัน จดโน๊ตในการอ่านครั้งแรก แล้วทบทวนในครั้งที่สองและสาม…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ”

นักเรียน นักศึกษาทุกคน หรือแม้กระทั่งคนที่มีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยเรียน คงต้องเคยมีคำถามนี้อยู่ในหัวแน่นอน “ทำยังไง (ลูก)ฉันถึงจะเรียนเก่ง?”ใช่มั้ยครับ โดยส่วนตัวผมเองก็ถือว่าคนที่เรียนได้พอใช้อยู่ แต่ก็ไม่เคยคิดจริงๆจังๆว่าเอ๊ะเพราะอะไรนะ เราถึงเรียนได้ดี จนกระทั่งผมได้อ่านบทความของคุณ Ahmad Ali ที่เขียนได้ดีมาก และผมก็พบว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นความจริงที่เกิดกับผมโดยไม่เคยนึกขึ้นมาก่อนด้วย มาครับเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าทำยังไงเราถึงจะเรียนได้เก่งจนเพื่อนๆต้องเรียกเราว่า “เทพ”   ก่อนอื่นเลยมีงานวิจัยสำคัญอยู่ 2 งานครับที่ต้องรู้ก่อนที่จะมาลงรายละเอียดกัน งานวิจัยแรกนั้นเกี่ยวกับ Graphความจำ และงานที่สองเกี่ยวกับ ช่วงเวลาสมาธิ   Graphความจำของมนุษย์ [1] งานวิจัยได้บอกเราครับว่า เมื่อคุณอ่านหรือได้ยินอะไรมาซักอย่าง คุณจะจดจำมันได้ในทันที แต่แล้วคุณจะค่อยๆลืมไปตามกาลเวลา โดยประมาณ 2เดือน คุณก็จะลืมแทบทุกอย่างที่คุณเคยจำได้ละครับ (บางคนอาจเร็วกว่านั้น T T) แต่งานวิจัยนีได้บอกส่วนที่สำคัญมากๆอย่างนึงนั่นคือ “การทบทวน” เมื่อเราทบทวนสิ่งที่เราจำได้เป็นพักๆ คอนเนคชั่นระหว่างสมองเรากับความจำนั้นจะเข้มแข็งขึ้น และทำให้เราลืมยากขึ้นครับ เรียกได้ว่าพยายามจะลืมก็ลืมไม่ได้เลยทีเดียว ลองดูกราฟข้างล่างจะเห็นครับ เมื่อมีการทบทวนครั้งที่สาม อัตราการลืมของเราจะลดลงมากเมื่อเทียบกับการเริ่มจำครั้งแรก เพราะฉะนั้นครับ แทนที่จะมานั่งท่องจำอะไรซักอย่าง เราควรจะวางแผนในการ “ทบทวน” มากกว่า แล้วก็ไม่ต้องเครียดมากครับ ทบทวนแบบสบายๆ แต่บ่อยๆ ลองเริ่มอ่านแบบมีสมาธิในครั้งแรก อ่านอีกรอบตอนเย็น…

Share this:
Read More