เกรด … สำคัญจริงหรอ?

คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวผมเสมอ เวลาที่มีคนมาบ่นว่า “เนี้ยย เกรดฉันไม่ดีเลย! อิจฉาแกจัง เกรดเยอะจริงงง” ส่วนตัวแล้ว ตัวผมเองเคยได้ทั้งเกรดเยอะแบบมากๆ และเกรดน้อยแบบต่ำเตี้ยเรี้ยดิน 555555555555 อาจเป็นเพราะแบบนี้ มันจึงทำให้ผมมีคำถามแบบนี้ติดมาตลอด “เกรด … สำคัญจริงหรอ?” สำหรับผม คำตอบของคำถามนี้คือ มันไม่ได้สำคัญมากนักหรอก เพราะอะไรนะหรอ? ก็เพราะว่าจริงๆแล้วเกรดมันวัดอะไรล่ะ มันวัดองศ์ความรู้ภาพรวมของเรา … แต่เอ๋ … มันเป็นภาพรวมของเรานี่ แล้วถ้าเราเก่งแค่บางอย่างเท่านั้นล่ะ? มันจะเป็นตัววัดผลที่ดีได้หรอ? สำหรับผมแล้ว ผมชื่นชมคนที่เก่งแค่บางวิชา มากกว่า คนที่เก่งทุกๆวิชาอีกนะ เพราะว่า คนที่เก่งบางวิชา ผมว่าคนๆนั้นล่ะ เค้ารู้ว่าเค้าชอบอะไร มีความสุขกับการทำอะไร มากกว่าคนที่ได้คะแนนสูงๆในทุกๆวิชา แล้วถ้าอย่างงั้น เกรดมันเป็นตัววัดอะไรล่ะ? จริงๆแล้วเกรดสำหรับผม มันคือการวัดว่าคนๆนั้น ​“มีความรับผิดชอบมากแค่ไหน” มากกว่ามาวัดว่าคนๆนึงเก่งมั้ยมากกว่า เพราะว่าการที่คนๆนึง จะสามารถทำเกรดได้สูงได้ๆ มันต้องใช้อะไรบ้างล่ะครับ? ใช้ทั้งเวลา, ความอดทน, และพลังมากขนาดไหน ที่จะสามารถเข้าใจเรื่องต่างๆที่เรียนมาได้อย่างชัดเจน นี่ล่ะครับ คือคำตอบของคำถามข้อนี้ในมุมมองของผม ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีคำตอบอย่างอื่น ก็ comment…

Read More

เทคนิคถอดรูทแบบเร็วแรงทะลุนรก!

ใครมีปัญหาคิดเลขรูทไม่ออกบ้างยกมือขึ้น! ฮ่าๆ ผมเองก็มีปัญหากับการคิดเลขรูทเหมือนกันเลยฮะ ก็ใครจะไปคิดออกล่ะ ยกกำลังนู้นนี่นั่นนน โอ๊ยย ปวดหัวว แต่เดี๋ยวก่อนวันนี้ผมมีวิธีคิดเลขรูท ที่เรียกได้ว่า ง่าย เร็ว และ แรงทะลุนรกกันเลยทีเดียว มาดูกันเลยดีกว่า ว่าวิธีที่ว่าคือยังไง แต่ๆๆๆ วิธีนี้ มันมีข้อจำกัดของมันอยู่เหมือนกันน่ะฮะะ คือ 1) หาได้เฉพาะรูทที่ลงตัว       2) ค่าที่ได้จากการถอดรูทต้องไม่เกิน 99 เอาล่ะ มาลุยกันเลยดีกว่าา ขั้นแรก: เขียนเลขยกกำลังสองของเลข 0 ถึง 9 ออกมาก่อน พอเขียนออกมาปุ๊บบ ก็ดูว่าเลขตัวสุดท้ายคือตัวอะไร มันก็จะได้ตารางออกมาแบบนี้   ขั้นตอนที่สองและขั้นสุดท้าย (อะไรจะง่ายขนาดนั้น!): หารูท ขั้นตอนการหาก็ง๊ายงาย อย่างแรกเลขแบ่งออกมาก่อนฮะ ทีละสองหลักจากข้างหลัง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการจะหารูทของ 784 เราก็แบ่งออกมาก่อน 2  หลักจากหลังสุด เพราะฉะนั้นมันก็จะแบ่งเป็น 7|84 ใช่มั้ยฮะ ทีนี้มาหา…

Read More

“Sharing Economy” – สังคมแห่งการแบ่งปัน

บอกลาโลกแบบเดิมๆไปได้เลยฮะ เพราะตอนนี้เราอยู่ในโลกของ “Sharing Economy” เดี๋ยวๆ แล้วไอ้ “Sharing Economy” เนี้ยคืออะไรอ่ะ? Sharing Economy ก็คือ ระบบที่เกิดจาการที่มนุษย์แชร์นู้น แชร์นี่กันนั้นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นแชร์ idea, creativity หรืออื่นๆ เท่าที่คนเราจะสามารถแชร์กันได้นั้นเองฮะ ซึ่งไอ้เจ้า “Sharing Economy” เนี้ย เราก็จะเห็น model นี้มาเป็นธุรกิจมากมายน่ะครับ เช่น airbnb ที่แชร์บ้านของเราให้กับนักท่องเที่ยวแล้วก็เก็บตังเหมือนกับโรงแรม หรือจะเป็น uber ที่แชร์รถแล้วก็เก็บตังกับคนนั่ง นั้นเองครับ ที่กล่าวมาข้างบน พวกนั้นผมขอเรียกว่าเป็น “First Wave of the Sharing Economy” ล่ะกัน คือส่วนใหญ่ที่กล่าวมาคือเค้าจะแชร์สิ่งของที่ “สามารถจับต้องได้” เช่น บ้าน กับ รถ นั้นเองครับ ฉะนั้นแล้วมี “First Wave” แล้วก็ต้องมี “Second Wave”…

Read More

เจอเว็บเจ๋งแล้วลืมลิ๊งค์…ให้ Evernote ช่วยเด๊ะ

สวัสดีฮะะ ไม่เจอกันนานเลยย วันนี้มีแอพดีๆ มานำเสนอ กัน ผมว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ คนเล่น FB แล้วจะเจอบทความหรือเว็บไซต์ที่น่าสนใจเต็มไปหมดใน news feed แต่แบบบางทีก็น่ะ ขับรถติดไฟแดงเล่นแปปๆ อ่านไปได้นิดเดียว ดันไฟเขียวแล้วไม่ได้จำลิ๊งค์เว็บไว้ ลิ๊งค์หาย อดอ่านเฉยยยยย แน่นอนฮะ ไอ้เจ้าแอพตัวนี้นี่ล่ะ จะเป็นคนที่มาแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ แอพตัวนี้มีชื่อว่า Evernote นั้นเอง     Evernote เนี้ย มีทั้งใน iOS และ Android เลยน่ะครับ สนใจโหลดคลิ๊กที่รูปด้านล่างได้เลยย                         วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ เลยครับ สมัครสมาชิก เสร็จปุ๊บก็ไปท่องเว็บไซต์ พอเจออันไหนที่อยากเก็บไว้อ่านที่หลังก็แค่ทำตามรูปด้านล่างเลย เริ่มจากซ้ายไปขวาน่ะฮะ     เห็นมั้ยฮะ ง่ายเพียงไม่กี่ Steps…

Read More

10 เว็บสุดใจดี แจกรูปให้ใช้ฟรีๆ แบบไม่ติดลิขสิทธิ์

[fusion_text]ในชีวิตจริง การหารูปภาพต่างๆมาใช้บรรยายข้อความหรือใช้ประกอบในงานของเรานั้น บอกได้เลยว่ายากกว่าการหารูปแปะในรายงานสมัยประถมเป็นสิบๆเท่า ตอนเด็กๆเราก็แค่ Google หารูปสวยๆ มาแปะในรายงานครูก็ให้คะแนนเต็มละ แต่จริงๆ แล้วรูปประมาณ 90% ที่เราหาเจอใน Google มักจะมีลิขสิทธิ์ และไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในงานฟรีๆ ซึ่งถ้าจะเอาไปใช้จริงๆ ง่ายที่สุดก็คงต้องหาซื้อรูปเหล่านั้นละเนอะ ทีนี้ ถ้าอยากได้รูปสวยๆ คมชัดระดับ High-resolution แถมเอาไปใช้ในงานได้แบบฟรีๆ ไม่ติดลิขสิทธิ์ล่ะ? วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 เว็บสุดใจดี ที่แจกรูปฟรีๆ แบบเอาไปใช้ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อกันเลยทีเดียว แต่ถ้าจะแจกลิ้งค์เลยมันก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย เราก็เลยจะรีวิวเว็บเหล่านี้ให้ดูกันทีละเว็บเลย   1. Unsplash เริ่มจากเว็บแรกที่เป็นเว็บในตำนาน เพราะเป็นเจ้าแรกๆ ที่แจกรูปฟรี แถมยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆเว็บ โดยที่เขาบอกว่า “do whatever you want” คือเราสามารถเอารูปไปใช้งาน ตกแต่ง หรือตีพิมพ์ได้สบายๆ รูปก็มีหลายประเภทหลายสไตล์ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปวิว พูดถึงคุณภาพก็จัดว่าดีมากทีเดียว แต่เว็บนี้จะจัดรูปเหมือนแกลเลอรี่รวมๆ สำหรับใครที่มองหารูปจาก Unsplash แนะนำให้เข้าไปที่ https://unsplash.com/grid เลือกง่ายและไวกว่าเข้าหน้าหลักของเว็บแน่นอน 100%   2. Pixabay…

Read More

Flipped Classroom มันคือห้องเรียนกลับด้าน

ต่อจากบทความที่แล้ว  ที่พูดถึงวีดีโอกับการเปลี่ยนโฉมการศึกษา “Flipped Classroom” คือหนึ่งในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในสถาบันการศึกษาทั่วโลก Flipped Classroom คืออะไรหนอ? Flipped Classroom แปลตรงๆก็คือห้องเรียนที่ถูกพลิกด้าน คือการพลิกให้ “การเรียนเป็นสิ่งที่ไว้ศึกษาที่บ้าน และเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นการบ้านมาเป็นกิจกรรมให้ห้องเรียนแทน” นั่นก็คือการให้วีดีโอบันทึกการสอนกลับไปดูที่บ้าน ส่วนในห้องเรียนจะเป็นการทำแบบฝึกหัด หรือโปรเจค หรือจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ใครบ้างที่ใช้โมเดลนี้? ในต่างประเทศ หลากหลายคอร์ส ในหลากหลายมหาวิทยาลัย ได้เริ่มใช้โมเดลนี้แล้ว ได้แก่ วิชา Video production ที่ Algonquin College การสอนให้ใช้งานซอฟแวร์ให้เป็นตั้งแต่ในห้องเรียน เคยเป็นเรื่องลำบากทั้งกับผู้สอนและผู้เรียน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้โมเดลนี้ นักศึกษาสามารถศึกษาจากวีดีโอ ซึ่งแบ่งเป็นตอนสั้นๆ ได้ด้วยความเร็วที่ตัวเองเข้าใจ เมื่อเข้ามาถึงในห้องเรียน ก็สามารถใช้งานซอฟแวร์ได้อย่างเต็มที่ และได้ฝึกฝนด้วยการทำโปรเจคกับเพื่อนในห้องเรียน วิชาบัญชี ที่ Penn State ในห้องเรียน นักศึกษาได้ร่วมกันเสวนาพูดคุย บ้างก็รับฟังบรรยายหัวข้อพิเศษจากผู้บรรยายพิเศษ หรือโจทย์ปัญหายากๆโดยมีอาจารย์ให้คำปรึกษา ข้อดีของห้องเรียนกลับด้าน กำจัดข้อเสียของรูปแบบเดิม คือนักศึกษาต้องพยายามเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พูดทันที ซึ่งอาจทำให้พลาดประเด็นสำคัญอื่นๆ การใช้วีดีโอจะช่วยให้นักศึกษาปรับได้ในแบบที่ตัวเองต้องการ และไม่กดดัน นอกจากนี้การเปลี่ยนการบ้านและโปรเจคมาทำในห้องเรียน…

Read More

เมื่อวีดีโอกำลังเปลี่ยนการศึกษาของโลกทั้งใบ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน ^^  ขอต้อนรับสู่บทความในชุดซีรีย์เทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ โดยบทความนี้เป็นบทความที่1 ที่จะแนะนำคอนเซปต์แรกซึ่งเป็นที่นิยมทั่วโลกมาระยะหนึ่งแล้ว นั่นคือการเรียนการสอนผ่านวีดีโอ และในบทความต่อๆไปจะลงรายละเอียดมากขึ้น ก่อนนำไปสู่คอนเซปต์การเรียนการสอนสมัยใหม่แบบอื่นๆค่ะ วีดีโอนั้นดีกว่าญาติของคุณเสียอีก “พวกเขาชอบที่จะดูผมทาง Youtube มากกว่าเจอตัวเป็นๆเสียอีก” ผมช่วยเป็นติวเตอร์ให้กับญาติของผม แต่กลับกลายเป็นว่า ญาติของผมชอบตัวผมในเวอร์ชั่นอัตโนมัติมากกว่าตัวผมจริงๆที่เป็นญาติของเขาเสียอีก นี่คือสิ่งที่ Salman Khan ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Khan Academy ศูนย์รวมวีดีโอการศึกษาที่มีชื่อเสียง ได้เล่าไว้ขณะที่เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์ ทำเอาทุกคนที่ได้ฟังต้องหัวเราะ To, out get Sea. These gymnastic อะไรทำให้คนๆนึงชอบเรียนกับวีดีโอมากกว่ากับคนสอนตัวเป็นๆ? ความมีอิสระ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในเวลาไหนก็ได้ที่เขารู้สึกว่าพร้อม สามารถกดหยุดได้เมื่อเขาต้องการพัก หรือต้องการกลับไปทบทวนของเก่าก่อน และยังสามารถดูซ้ำอีกรอบได้ทุกครั้งที่เขาต้องการ ความกระชับ         การต้องนั่งเรียนคอนเซปต์หลายๆคอนเซปต์ติดต่อกันยาวนานเป็นชั่วโมง อาจทำให้มีเวลาทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องได้ไม่เต็มที่ ด้วยการใช้วีดีโอ ผู้สอนสามารถแบ่งเนื้อหาเป็นวีดีโอหลายๆวีดีโอได้ ไม่จำเป็นต้องอัดเนื้อหาทั้งหมดเต็มๆชั่วโมง ความน่าสนใจ         ผู้สอนสามารถใช้การตัดต่อวีดีโอ หรือกราฟฟิคต่างๆ มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่วีดีโอได้ อีกทั้งเมื่อเทียบกับหนังสือเรียนแล้ว วีดีโอนั้นสามารถให้ประสบการณ์ได้มากกว่า เพราะมีทั้งภาพและเสียง เมื่อวีดีโอส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาในระดับโลก 3 เหตุผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเหตุผลอื่นๆตามแต่บุคคล เป็นสิ่งที่ทำให้การเรียนการสอนแบบวีดีโอกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม และด้วยคุณสมบัติที่สำคัญของวีดีโอออนไลน์ คือความเป็นอิสระ…

Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 3

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วครับกับซีรีย์ “เรียนอย่างไรให้เทพ” จากตอนที่แล้วคุณ Ahmad ได้แชร์เทคนิคการเรียน การอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพไปแล้ว ทีนี้มาดูรายละเอียดกันว่าเค้าเตรียมพร้อมอย่างไรในการสอบ เริ่มกันเลยครับ เคล็ดลับเตรียมสอบ ให้อ่านหนังสือเตรียมสอบให้เสร็จก่อนสอบจริงประมาณ 1สัปดาห์ จัดตารางเวลาให้การอ่านแบบจริงจังและวางเดดไลน์ไว้ว่าคุณต้องพร้อมทุกอย่างก่อนวันสอบวันแรก 1สัปดาห์ วิธีนี้จะทำให้คุณไม่กดดันในการเตรียมตัวมากนัก เพราะคุณจะรู้อยู่ในใจว่า “เรายังมีเวลาอีกอาทิตย์นึงสำรองไว้อยู่” แล้วในสัปดาห์สุดท้ายนี้ จะเป็นช่วงเวลาโบนัส อะไรที่คุณเรียนรู้เพิ่มเหมือนเป็นคะแนนพิเศษที่ได้รับ (เพราะคุณอ่านจนจบมาแต่แรกแล้ว) ยิ่งทำให้คุณมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นอีกตามไปด้วย ถ้ามีช่วงเบรก 2-3 วันระหว่างการสอบ อย่ายึดติดกับการอ่านวิชาใดวิชาหนึ่งที่เหลือ ไม่งั้นคุณจะเสียประสิทธิภาพในการอ่านและทำให้คุณเบื่อ ให้เปลี่ยนวิชาอ่านบ้างเพื่อทำให้สมองและสมาธิได้รีเฟรชกับสิ่งใหม่ๆ ทบทวนโน๊ตที่คุณจดไว้หนึ่งวันก่อนสอบจริงจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของเนื้อหาที่จะสอบ และจะช่วยให้คอนเนคชั่นความจำในสมองแข็งแรงขึ้น ลืมได้ยากขึ้น เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว อย่าพึ่งรีบออกจากห้องสอบ ให้คุณอ่านทวนและตรวจสอบดูอีกทีแล้วดูซิว่าตอบถูกไปกี่ข้อ ทำอย่างนี้ในทุกๆวิชา แล้วนำคะแนนที่คุณคิดว่าทำได้มารวมกัน จะช่วยให้คุณมีกำลังใจ เหมือนกับว่าคุณกำลังเล่นเกมส์สะสมคะแนนอยู่ อย่าลืมเพิ่มพลังกายและพลังใจของคุณด้วยการทานอาหารดีๆและออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้สำคัญมากในช่วงการเตรียมสอบ   เราเห็นเทคนิคการวางแผนเพื่อการเรียนและเตรียมสอบที่ดีที่ควรปฏิบัติตามไปละ ทีนี้มาลองมองมุมกลับดูบ้าง แล้วอะไรละที่ไม่ดีไม่ควรทำในการเรียนหนังสือ Dr. Gerard Danford ได้ให้ความเห็นไว้น่าสนใจมากครับว่า “อยากเรียนให้ดีขึ้นหรอ งั้นก็อย่าเรียนด้วยวิธีแย่ๆสิ” อีกทั้งยังบอกด้วยว่าวิธีการเรียนแย่ๆเนี่ย ส่งผลเสียมากกว่าได้ด้วยซ้ำเพราะทั้งเสียเวลาและยังเป็นการหลอกตัวเองด้วยว่าชั้นน่ะได้เรียนมาแล้ว (ซึ่งจริงๆไม่) มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าวิธีเรียนแบบผิดๆมีอะไรกันบ้าง 10 วิธีเรียนแบบผิดๆ…

Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้ว คุณ Ahmad เค้าอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้คนเราเรียนรู้ได้ดีขึ้นไปแล้ว มาตอนนี้เค้าได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของเค้าว่าวางแผนในการเรียนยังไงให้ประสบความสำเร็จ มาดูกันเลยครับ   การวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนของคุณ ทำตารางเวลา ส่วนตัวผม ผมใช้เวลา 11ชั่วโมงในการอ่านหนังสือ นี่คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จเลยนะ ผมใช้เวลาแทบทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มไปกับการเรียน คุณอาจไม่ต้องทำขนาดผมก็ได้ ที่ผมใช้เวลาเยอะขนาดนี้เพราะผมสนใจในวิชาที่ผมเรียนอยู่ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าผมเอาจริงเอาจังมากกับการเรียน ผมเกิดมาในครอบครัวยากจน ถ้าผมไม่ขยันรับรองชีวิตผมลำบากแน่ พอผลการเรียนดี ผมก็ได้รับทุนเรียนฟรี ได้เงินรางวัลจากรัฐบาล ทำให้ผมมีอนาคตที่ดีขึ้น คนเรานั้นมีสมาธิได้ 40นาที หรืออย่างมากก็ 1ชั่วโมง เพราะงั้นให้เปลี่ยนวิชาเรียนทุกๆ 40นาทีหรือ 1ชั่วโมงครับ จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มความยาวให้ได้ถึง 2ชั่วโมง ฟังดูยากแต่ผมก็ทำได้มาแล้ว เริ่มจัดตารางของวันด้วยการอ่านเนื้อหาใหม่ที่ต่อจากเมื่อวาน การเริ่มต้นวันด้วยสิ่งใหม่ๆจะช่วยให้คุณมีความหวังและมีแรงกระตุ้น นั่นทำให้คุณได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง อย่าอ่านจบบทนึงแล้วอ่านบทถัดไปต่อเลย ให้พักเบรกซัก 5-10นาทีก่อน ช่วงพักก็กินชอคโกแลต กินผลไม้ หรือวิตามินเสริม ลุกขึ้นยืนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เพื่อให้สมองและความคิดได้ผ่อนคลายบ้าง เหมือนกับการคลิกขวาบน desktop แล้วกดปุ่ม refresh เพื่อให้คอมฯของคุณพร้อมจะรัน applicationต่อไปได้ อ่านแต่ละบท 3ครั้งต่อวัน จัดตารางให้เนื้อหานั้นมี 3ช่วงต่อวัน จดโน๊ตในการอ่านครั้งแรก แล้วทบทวนในครั้งที่สองและสาม…

Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ”

นักเรียน นักศึกษาทุกคน หรือแม้กระทั่งคนที่มีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยเรียน คงต้องเคยมีคำถามนี้อยู่ในหัวแน่นอน “ทำยังไง (ลูก)ฉันถึงจะเรียนเก่ง?”ใช่มั้ยครับ โดยส่วนตัวผมเองก็ถือว่าคนที่เรียนได้พอใช้อยู่ แต่ก็ไม่เคยคิดจริงๆจังๆว่าเอ๊ะเพราะอะไรนะ เราถึงเรียนได้ดี จนกระทั่งผมได้อ่านบทความของคุณ Ahmad Ali ที่เขียนได้ดีมาก และผมก็พบว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นความจริงที่เกิดกับผมโดยไม่เคยนึกขึ้นมาก่อนด้วย มาครับเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าทำยังไงเราถึงจะเรียนได้เก่งจนเพื่อนๆต้องเรียกเราว่า “เทพ”   ก่อนอื่นเลยมีงานวิจัยสำคัญอยู่ 2 งานครับที่ต้องรู้ก่อนที่จะมาลงรายละเอียดกัน งานวิจัยแรกนั้นเกี่ยวกับ Graphความจำ และงานที่สองเกี่ยวกับ ช่วงเวลาสมาธิ   Graphความจำของมนุษย์ [1] งานวิจัยได้บอกเราครับว่า เมื่อคุณอ่านหรือได้ยินอะไรมาซักอย่าง คุณจะจดจำมันได้ในทันที แต่แล้วคุณจะค่อยๆลืมไปตามกาลเวลา โดยประมาณ 2เดือน คุณก็จะลืมแทบทุกอย่างที่คุณเคยจำได้ละครับ (บางคนอาจเร็วกว่านั้น T T) แต่งานวิจัยนีได้บอกส่วนที่สำคัญมากๆอย่างนึงนั่นคือ “การทบทวน” เมื่อเราทบทวนสิ่งที่เราจำได้เป็นพักๆ คอนเนคชั่นระหว่างสมองเรากับความจำนั้นจะเข้มแข็งขึ้น และทำให้เราลืมยากขึ้นครับ เรียกได้ว่าพยายามจะลืมก็ลืมไม่ได้เลยทีเดียว ลองดูกราฟข้างล่างจะเห็นครับ เมื่อมีการทบทวนครั้งที่สาม อัตราการลืมของเราจะลดลงมากเมื่อเทียบกับการเริ่มจำครั้งแรก เพราะฉะนั้นครับ แทนที่จะมานั่งท่องจำอะไรซักอย่าง เราควรจะวางแผนในการ “ทบทวน” มากกว่า แล้วก็ไม่ต้องเครียดมากครับ ทบทวนแบบสบายๆ แต่บ่อยๆ ลองเริ่มอ่านแบบมีสมาธิในครั้งแรก อ่านอีกรอบตอนเย็น…

Read More