Flipped Classroom มันคือห้องเรียนกลับด้าน

ต่อจากบทความที่แล้ว  ที่พูดถึงวีดีโอกับการเปลี่ยนโฉมการศึกษา “Flipped Classroom” คือหนึ่งในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในสถาบันการศึกษาทั่วโลก Flipped Classroom คืออะไรหนอ? Flipped Classroom แปลตรงๆก็คือห้องเรียนที่ถูกพลิกด้าน คือการพลิกให้ “การเรียนเป็นสิ่งที่ไว้ศึกษาที่บ้าน และเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นการบ้านมาเป็นกิจกรรมให้ห้องเรียนแทน” นั่นก็คือการให้วีดีโอบันทึกการสอนกลับไปดูที่บ้าน ส่วนในห้องเรียนจะเป็นการทำแบบฝึกหัด หรือโปรเจค หรือจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ใครบ้างที่ใช้โมเดลนี้? ในต่างประเทศ หลากหลายคอร์ส ในหลากหลายมหาวิทยาลัย ได้เริ่มใช้โมเดลนี้แล้ว ได้แก่ วิชา Video production ที่ Algonquin College การสอนให้ใช้งานซอฟแวร์ให้เป็นตั้งแต่ในห้องเรียน เคยเป็นเรื่องลำบากทั้งกับผู้สอนและผู้เรียน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้โมเดลนี้ นักศึกษาสามารถศึกษาจากวีดีโอ ซึ่งแบ่งเป็นตอนสั้นๆ ได้ด้วยความเร็วที่ตัวเองเข้าใจ เมื่อเข้ามาถึงในห้องเรียน ก็สามารถใช้งานซอฟแวร์ได้อย่างเต็มที่ และได้ฝึกฝนด้วยการทำโปรเจคกับเพื่อนในห้องเรียน วิชาบัญชี ที่ Penn State ในห้องเรียน นักศึกษาได้ร่วมกันเสวนาพูดคุย บ้างก็รับฟังบรรยายหัวข้อพิเศษจากผู้บรรยายพิเศษ หรือโจทย์ปัญหายากๆโดยมีอาจารย์ให้คำปรึกษา ข้อดีของห้องเรียนกลับด้าน กำจัดข้อเสียของรูปแบบเดิม คือนักศึกษาต้องพยายามเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พูดทันที ซึ่งอาจทำให้พลาดประเด็นสำคัญอื่นๆ การใช้วีดีโอจะช่วยให้นักศึกษาปรับได้ในแบบที่ตัวเองต้องการ และไม่กดดัน นอกจากนี้การเปลี่ยนการบ้านและโปรเจคมาทำในห้องเรียน…

Share this:
Read More

เมื่อวีดีโอกำลังเปลี่ยนการศึกษาของโลกทั้งใบ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน ^^  ขอต้อนรับสู่บทความในชุดซีรีย์เทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ โดยบทความนี้เป็นบทความที่1 ที่จะแนะนำคอนเซปต์แรกซึ่งเป็นที่นิยมทั่วโลกมาระยะหนึ่งแล้ว นั่นคือการเรียนการสอนผ่านวีดีโอ และในบทความต่อๆไปจะลงรายละเอียดมากขึ้น ก่อนนำไปสู่คอนเซปต์การเรียนการสอนสมัยใหม่แบบอื่นๆค่ะ วีดีโอนั้นดีกว่าญาติของคุณเสียอีก “พวกเขาชอบที่จะดูผมทาง Youtube มากกว่าเจอตัวเป็นๆเสียอีก” ผมช่วยเป็นติวเตอร์ให้กับญาติของผม แต่กลับกลายเป็นว่า ญาติของผมชอบตัวผมในเวอร์ชั่นอัตโนมัติมากกว่าตัวผมจริงๆที่เป็นญาติของเขาเสียอีก นี่คือสิ่งที่ Salman Khan ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Khan Academy ศูนย์รวมวีดีโอการศึกษาที่มีชื่อเสียง ได้เล่าไว้ขณะที่เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์ ทำเอาทุกคนที่ได้ฟังต้องหัวเราะ To, out get Sea. These gymnastic อะไรทำให้คนๆนึงชอบเรียนกับวีดีโอมากกว่ากับคนสอนตัวเป็นๆ? ความมีอิสระ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในเวลาไหนก็ได้ที่เขารู้สึกว่าพร้อม สามารถกดหยุดได้เมื่อเขาต้องการพัก หรือต้องการกลับไปทบทวนของเก่าก่อน และยังสามารถดูซ้ำอีกรอบได้ทุกครั้งที่เขาต้องการ ความกระชับ         การต้องนั่งเรียนคอนเซปต์หลายๆคอนเซปต์ติดต่อกันยาวนานเป็นชั่วโมง อาจทำให้มีเวลาทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องได้ไม่เต็มที่ ด้วยการใช้วีดีโอ ผู้สอนสามารถแบ่งเนื้อหาเป็นวีดีโอหลายๆวีดีโอได้ ไม่จำเป็นต้องอัดเนื้อหาทั้งหมดเต็มๆชั่วโมง ความน่าสนใจ         ผู้สอนสามารถใช้การตัดต่อวีดีโอ หรือกราฟฟิคต่างๆ มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่วีดีโอได้ อีกทั้งเมื่อเทียบกับหนังสือเรียนแล้ว วีดีโอนั้นสามารถให้ประสบการณ์ได้มากกว่า เพราะมีทั้งภาพและเสียง เมื่อวีดีโอส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาในระดับโลก 3 เหตุผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเหตุผลอื่นๆตามแต่บุคคล เป็นสิ่งที่ทำให้การเรียนการสอนแบบวีดีโอกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม และด้วยคุณสมบัติที่สำคัญของวีดีโอออนไลน์ คือความเป็นอิสระ…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 3

มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วครับกับซีรีย์ “เรียนอย่างไรให้เทพ” จากตอนที่แล้วคุณ Ahmad ได้แชร์เทคนิคการเรียน การอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพไปแล้ว ทีนี้มาดูรายละเอียดกันว่าเค้าเตรียมพร้อมอย่างไรในการสอบ เริ่มกันเลยครับ เคล็ดลับเตรียมสอบ ให้อ่านหนังสือเตรียมสอบให้เสร็จก่อนสอบจริงประมาณ 1สัปดาห์ จัดตารางเวลาให้การอ่านแบบจริงจังและวางเดดไลน์ไว้ว่าคุณต้องพร้อมทุกอย่างก่อนวันสอบวันแรก 1สัปดาห์ วิธีนี้จะทำให้คุณไม่กดดันในการเตรียมตัวมากนัก เพราะคุณจะรู้อยู่ในใจว่า “เรายังมีเวลาอีกอาทิตย์นึงสำรองไว้อยู่” แล้วในสัปดาห์สุดท้ายนี้ จะเป็นช่วงเวลาโบนัส อะไรที่คุณเรียนรู้เพิ่มเหมือนเป็นคะแนนพิเศษที่ได้รับ (เพราะคุณอ่านจนจบมาแต่แรกแล้ว) ยิ่งทำให้คุณมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นอีกตามไปด้วย ถ้ามีช่วงเบรก 2-3 วันระหว่างการสอบ อย่ายึดติดกับการอ่านวิชาใดวิชาหนึ่งที่เหลือ ไม่งั้นคุณจะเสียประสิทธิภาพในการอ่านและทำให้คุณเบื่อ ให้เปลี่ยนวิชาอ่านบ้างเพื่อทำให้สมองและสมาธิได้รีเฟรชกับสิ่งใหม่ๆ ทบทวนโน๊ตที่คุณจดไว้หนึ่งวันก่อนสอบจริงจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของเนื้อหาที่จะสอบ และจะช่วยให้คอนเนคชั่นความจำในสมองแข็งแรงขึ้น ลืมได้ยากขึ้น เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว อย่าพึ่งรีบออกจากห้องสอบ ให้คุณอ่านทวนและตรวจสอบดูอีกทีแล้วดูซิว่าตอบถูกไปกี่ข้อ ทำอย่างนี้ในทุกๆวิชา แล้วนำคะแนนที่คุณคิดว่าทำได้มารวมกัน จะช่วยให้คุณมีกำลังใจ เหมือนกับว่าคุณกำลังเล่นเกมส์สะสมคะแนนอยู่ อย่าลืมเพิ่มพลังกายและพลังใจของคุณด้วยการทานอาหารดีๆและออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้สำคัญมากในช่วงการเตรียมสอบ   เราเห็นเทคนิคการวางแผนเพื่อการเรียนและเตรียมสอบที่ดีที่ควรปฏิบัติตามไปละ ทีนี้มาลองมองมุมกลับดูบ้าง แล้วอะไรละที่ไม่ดีไม่ควรทำในการเรียนหนังสือ Dr. Gerard Danford ได้ให้ความเห็นไว้น่าสนใจมากครับว่า “อยากเรียนให้ดีขึ้นหรอ งั้นก็อย่าเรียนด้วยวิธีแย่ๆสิ” อีกทั้งยังบอกด้วยว่าวิธีการเรียนแย่ๆเนี่ย ส่งผลเสียมากกว่าได้ด้วยซ้ำเพราะทั้งเสียเวลาและยังเป็นการหลอกตัวเองด้วยว่าชั้นน่ะได้เรียนมาแล้ว (ซึ่งจริงๆไม่) มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าวิธีเรียนแบบผิดๆมีอะไรกันบ้าง 10 วิธีเรียนแบบผิดๆ…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ” ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้ว คุณ Ahmad เค้าอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้คนเราเรียนรู้ได้ดีขึ้นไปแล้ว มาตอนนี้เค้าได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของเค้าว่าวางแผนในการเรียนยังไงให้ประสบความสำเร็จ มาดูกันเลยครับ   การวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนของคุณ ทำตารางเวลา ส่วนตัวผม ผมใช้เวลา 11ชั่วโมงในการอ่านหนังสือ นี่คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จเลยนะ ผมใช้เวลาแทบทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มไปกับการเรียน คุณอาจไม่ต้องทำขนาดผมก็ได้ ที่ผมใช้เวลาเยอะขนาดนี้เพราะผมสนใจในวิชาที่ผมเรียนอยู่ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าผมเอาจริงเอาจังมากกับการเรียน ผมเกิดมาในครอบครัวยากจน ถ้าผมไม่ขยันรับรองชีวิตผมลำบากแน่ พอผลการเรียนดี ผมก็ได้รับทุนเรียนฟรี ได้เงินรางวัลจากรัฐบาล ทำให้ผมมีอนาคตที่ดีขึ้น คนเรานั้นมีสมาธิได้ 40นาที หรืออย่างมากก็ 1ชั่วโมง เพราะงั้นให้เปลี่ยนวิชาเรียนทุกๆ 40นาทีหรือ 1ชั่วโมงครับ จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มความยาวให้ได้ถึง 2ชั่วโมง ฟังดูยากแต่ผมก็ทำได้มาแล้ว เริ่มจัดตารางของวันด้วยการอ่านเนื้อหาใหม่ที่ต่อจากเมื่อวาน การเริ่มต้นวันด้วยสิ่งใหม่ๆจะช่วยให้คุณมีความหวังและมีแรงกระตุ้น นั่นทำให้คุณได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง อย่าอ่านจบบทนึงแล้วอ่านบทถัดไปต่อเลย ให้พักเบรกซัก 5-10นาทีก่อน ช่วงพักก็กินชอคโกแลต กินผลไม้ หรือวิตามินเสริม ลุกขึ้นยืนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เพื่อให้สมองและความคิดได้ผ่อนคลายบ้าง เหมือนกับการคลิกขวาบน desktop แล้วกดปุ่ม refresh เพื่อให้คอมฯของคุณพร้อมจะรัน applicationต่อไปได้ อ่านแต่ละบท 3ครั้งต่อวัน จัดตารางให้เนื้อหานั้นมี 3ช่วงต่อวัน จดโน๊ตในการอ่านครั้งแรก แล้วทบทวนในครั้งที่สองและสาม…

Share this:
Read More

เรียนอย่างไรให้ “เทพ”

นักเรียน นักศึกษาทุกคน หรือแม้กระทั่งคนที่มีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยเรียน คงต้องเคยมีคำถามนี้อยู่ในหัวแน่นอน “ทำยังไง (ลูก)ฉันถึงจะเรียนเก่ง?”ใช่มั้ยครับ โดยส่วนตัวผมเองก็ถือว่าคนที่เรียนได้พอใช้อยู่ แต่ก็ไม่เคยคิดจริงๆจังๆว่าเอ๊ะเพราะอะไรนะ เราถึงเรียนได้ดี จนกระทั่งผมได้อ่านบทความของคุณ Ahmad Ali ที่เขียนได้ดีมาก และผมก็พบว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นความจริงที่เกิดกับผมโดยไม่เคยนึกขึ้นมาก่อนด้วย มาครับเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าทำยังไงเราถึงจะเรียนได้เก่งจนเพื่อนๆต้องเรียกเราว่า “เทพ”   ก่อนอื่นเลยมีงานวิจัยสำคัญอยู่ 2 งานครับที่ต้องรู้ก่อนที่จะมาลงรายละเอียดกัน งานวิจัยแรกนั้นเกี่ยวกับ Graphความจำ และงานที่สองเกี่ยวกับ ช่วงเวลาสมาธิ   Graphความจำของมนุษย์ [1] งานวิจัยได้บอกเราครับว่า เมื่อคุณอ่านหรือได้ยินอะไรมาซักอย่าง คุณจะจดจำมันได้ในทันที แต่แล้วคุณจะค่อยๆลืมไปตามกาลเวลา โดยประมาณ 2เดือน คุณก็จะลืมแทบทุกอย่างที่คุณเคยจำได้ละครับ (บางคนอาจเร็วกว่านั้น T T) แต่งานวิจัยนีได้บอกส่วนที่สำคัญมากๆอย่างนึงนั่นคือ “การทบทวน” เมื่อเราทบทวนสิ่งที่เราจำได้เป็นพักๆ คอนเนคชั่นระหว่างสมองเรากับความจำนั้นจะเข้มแข็งขึ้น และทำให้เราลืมยากขึ้นครับ เรียกได้ว่าพยายามจะลืมก็ลืมไม่ได้เลยทีเดียว ลองดูกราฟข้างล่างจะเห็นครับ เมื่อมีการทบทวนครั้งที่สาม อัตราการลืมของเราจะลดลงมากเมื่อเทียบกับการเริ่มจำครั้งแรก เพราะฉะนั้นครับ แทนที่จะมานั่งท่องจำอะไรซักอย่าง เราควรจะวางแผนในการ “ทบทวน” มากกว่า แล้วก็ไม่ต้องเครียดมากครับ ทบทวนแบบสบายๆ แต่บ่อยๆ ลองเริ่มอ่านแบบมีสมาธิในครั้งแรก อ่านอีกรอบตอนเย็น…

Share this:
Read More

เมื่อปุ่ม ไม่ใช่ปุ่ม

สวัสดีฮะ วันนี้ผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนสนใจในด้าน User Experience หรือ UX นั้นเองครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับ “ปุ่ม” ฮะ น่าสนใจมั้ยล่ะ มาๆๆๆ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ผมว่าทุกคนคงรู้จักกับ “ปุ่ม” ถ้าผมถามว่าในรูปข้างล่างเนี้ย มีอะไรเป็นปุ่มบ้าง? ผมเชื่อว่าทุกคนตอบได้หมดชัวร์ ถูกต้องครัช! ก็มี ปุ่มค้นหาคอร์สที่คุณอยากเรียน, สร้างสถาบันออนไลน์ฟรี และ อ่านรายละเอียด และตามพฤติกรรมทั่วไปของคน เราก็จะรู้ว่าปุ่มพวกนี้มัน Click ได้ใช่มั้ยครับ คราวนี้เรามาดูกันดีฟ่า ว่าในรูปข้างล่างนี้อันไหนเป็นปุ่มบ้าง ตอบไม่ได้ใช่มั้ยล่ะครับ ว่าอันไหนคือปุ่น แต่ถ้าผมเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า อันนี้กดได้บ้าง ทีนี้ทุกคนก็จะตอบได้ใช่มั้ยครับ ถ้าคุณเป็นแบบข้างบน แสดงว่าคุณโดนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้วล่ะครับบ จริงๆ แล้วเนี้ย ถ้าเราย้อนกลับไปดูพวก Apps เก่าใน iOS 6 แล้วเทียบกับ Apps ที่อยู่ใน iOS 7 หรือ iOS 8 เนี้ย เราก็จะเห็นแบบรูปข้างล่างครับ อย่างที่เห็นครับ…

Share this:
Read More

วันนี้วันของเด็ก! มาดูผู้นำด้าน IT ในวัยเด็กกัน

สวัสดีฮับบบบบบ มาเจออีกแล้วน่ะงับบบ วันนี้วันเด็ก หลายๆคนคงเปลี่ยนรูป Profile แอ๊บเด็กกันเป็นแถว 555 ไหนๆ ก็วันเด็กล่ะ เรามาดูพวกผู้นำ IT ตอนเด็กๆ กันดีฟ่า ว่าหน้าเป็นไงกันบ้าง เริ่มจากคนนี้เลย Bill Gates นั้นเองครับ คนที่เคยรวยที่สุดในโลกหน้าตาแบบนี้ล่ะเมื่อตอนเด็กๆ   ไม่แปลกใจที่เริ่มเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 13 -.- ต่อไปคนที่สอง มี Bill Gates แล้วจะไม่มีคนนี้ได้ไงล่ะ Steve Jobs นั่นเองครัช คู่กัดตลอดกาล   เบบี๋ Steve Jobs น่ารักฝุดๆมั้ยล่ะฮัฟฟ คนที่ 3 กันเลยดีกว่าา Mark Zuckerberg นั้นเองครับ อีกหนึ่งเศรษฐีอายุน้อยจากวงการไอที ผู้พัฒนาและ founder ของ Facebook นั่นเองครับ   หัวหยิกแต่เด็กเลยน่ะฮะ น่ารักใช้ได้เบย คนต่อไป ผู้ที่ทำให้ information…

Share this:
Read More

Responsive web คืออะไรว่ะ! มาๆเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

เมื่อตอนที่ iPhone รุ่นแรกสุดเพิ่งออกมาใหม่ๆ ตอนนั้นผมเองก็ได้โอกาสใช้ iPhone รุ่นนั้นเหมือนกันฮะ ตอนใช้รุ่นนั้นเล่นเน็ต ผมเห็นปัญหาอย่างนึงเลย คือเวลาเข้าเว็บแล้วแม่งต้องแบบซูมเข้าซูมออกบ่อยๆ แตะปุ่มไม่ค่อยจะโดนเซงจุงเบย แต่พอเวลาผ่านไป Technology มันก็พัฒนาใช่มั้ยครัช ตลาดของ Smartphone ก็โตขึ้นทุกวัน เพราะเหตุฉะนั้น responsive web จึงถูกพัฒนาขึ้นมานั้นเองง อ้าวเห้ย เขียนอยู่นั้นล่ะ responsive webๆ สรุปอะไรคือ responsive web ว่ะ? โอเคฮะ ใจเย็นๆครัช จริงๆแล้วเนี้ยไอ้เจ้า responsive web ก็คือการที่เราเข้าเว็บด้วยขนาดจอที่ต่างกัน เช่น เราใช้มือถือเข้าเว็บ ก็แปลว่าเราเข้าเว็บด้วยจอขนาดเล็กใช่มั้ยฮะ ใช่สิฮะ ก็ในทางเดียวกัน ถ้าเราเอาแท็ปเล็ตเข้าเว็บ ก็แปลว่าเราเข้าเว็บด้วยจอขนาดกลางๆ เข้าใจตรงกันน่ะครัช ไอ้ responsive web เนี้ย คือเมื่อเราเข้าเว็บด้วยขนาดจอที่ต่างกัน แล้วเว็บๆนั้น ได้เปลี่ยน layout ให้มันเหมาะสมกับขนาดจอนั้นเมื่อไหร่ นั้นล่ะครับ ที่เราเรียกว่าเว็บนั้นเป็น responsive web…

Share this:
Read More

คนมี 5 ระดับ แล้วคุณล่ะเป็นคนระดับไหน?

งงใช่มั้ยล่ะครับ ทำไมคนมีแค่ 5 ระดับ 5 ระดับนี้ ที่ผมกำลังจะพูดถึง มันคือ 5 ระดับของทักษะความสามารถ แน่นอนฮะ ยุคสมัยนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็ว เดี๋ยวนี้เด็กตัวเล็กแม่งเล่นมือถือ Internet กันคล่องหมดละ เพราะฉะนั้นแล้ว มันเลยเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพัฒนาทักษะของเราอยู่อย่างตลอดเวลา เอาล่ะครับ ได้เวลามาดูกันแล้วว่าไอ้ 5 ประเภทที่ผมพูดถึงมีอะไรกันบ้าง จากที่เห็นรูปข้างบนน่ะครัชช มันประกอบด้วยสามเหลี่ยมสองอัน อันนึงกลับหัว อันนึงปกติ อันที่ปกติ ผมขอเรียกมันว่าสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เห้ย ไม่ใช่ สามเหลี่ยม “Context” หรือ “แก่นสาร” นั้นเอง ส่วนอีกอัน ผมขอเรียกมันว่า “How” หรือ “วิธีการทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ” พื้นที่ของสามเหลี่ยมทั้งสองอันจะตรงกันข้ามกัน อย่างที่เห็นฮะ ในแต่ละระดับถ้า How มาก Context ก็จะน้อย ในทางเดียวกันครับ ถ้า Context มาก How ก็จะน้อย ทีนี่เรามาดูกันดีกว่า ว่าแต่ละระดับ…

Share this:
Read More

สารพัดวิธี Online Marketing

แน่นอนครับ คงจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าปัจจุบัน Internet เข้ามามีบทบาทกับพวกเราอย่างมากกก ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เราอยากจะเช็ครอบหนัง เราเข้าไปดูรอบหนังผ่าน Application บน Smartphone เราอยากจะหาร้านกินข้าว เราเข้าไปดูรีวิวใน Wongnai เราอยากจะหาข้อมูล เราเข้าไป search ใน Google ทุกๆ อย่างล้วนทำผ่าน Internet ทั้งหมดเลยใช่มั้ยล่ะ? เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองในมุมของบริษัทแล้ว สื่อออนไลน์จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วการทำการตลาดก็จะไม่ได้จบที่ออฟไลน์เพียงอย่างเดียว (ถ้า brand ไหนยังทำแต่ offline อย่างเดียว brand image เชยตายเลยย) อย่างที่เห็นในปัจจุบันหลายๆ brand ก็ขยับมาทำ Online Marketing กันหมดแล้ว เอาละ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าถ้าเราจะทำ Online Marketing เราควรจะทำอะไรบ้าง 1) Website & Landing Page ถ้าเราเปรียบโลก Digital เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เว็บไซต์ก็คือหน้าร้านของเรานั้นเองครับ…

Share this:
Read More