ติดปีกให้องค์กร พัฒนาบุคลากรด้วยระบบเรียนออนไลน์

การแข่งขันขององค์กรต่าง ๆ ล้วนมีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้ล้มหายตายจากออกไปจากระบบในทุก ๆ วัน ซึ่งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า “พนักงาน” เป็นปัจจัยอีกตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังนั้นพนักงานที่มีทักษะการทำงานที่เพียงพอและพร้อมที่จะทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปกับองค์กร มักเป็นตัวขับเคลื่อนที่จะนำพาองค์กรไปสู้เป้าหมายความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ ดังนั้นเพื่อให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพและสามารถตอบโจทย์ทุกการเปลี่ยนแปลงจากตลาดได้ จึงกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กร ในการเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ ในสิ่งที่พวกเขาต้องการและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันการเรียนออนไลน์ เป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอีกเครื่องมือหนึ่ง ซึ่งจากผลการสำรวจพบได้ว่า การเติบโตของตลาดการเรียนออนไลน์ในปัจจุบัน มีการเติบโตเพิ่มสูงจากปี   2000 มากกว่า  900 %  และมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยจาก Walden University  ที่ได้สนับสนุนให้เห็นถึงความสำคัญในการนำการเรียนออนไลน์มาใช้ในองค์กร โดยผลสรุปจากงานวิจัยสรุปไว้ว่า ผู้บริหารควรเพิ่มระบบการเรียนออนไลน์เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะการทำงานของพนักงาน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการเรียนจะส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการบริหารจัดการในอนาคต และจากการรวบรวมความคิดเห็นจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล พบว่าการนำระบบเรียนออนไลน์มาใช้ในองค์กร มีประโยชน์กับองค์กรดังนี้ Efficiency and convenience ความมีประสิทธิภาพและความสะดวกสบายของการเรียนออนไลน์ ที่เอื้อประโยชน์แก่พนักงานในการจัดสรรเวลาการเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการ โดยสามารถเข้าเรียนรู้ได้ 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ส่งผลให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนเพิ่มมากขึ้น และในท้ายที่สุดแล้วย่อมส่งผลต่อทักษะการทำงานที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและผลิตผลขององค์กรได้โดยบริษัทชั้นนำด้านการสำรวจอย่าง American…

Share this:
Read More

การตลาดแบบ Think Mobile ขายคอร์สออนไลน์ส่งตรงถึงมือผู้เรียน

สิ่งที่อยู่ในมือของคนไทยนานที่สุดต่อวันเห็นจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ลักษณะการใช้งานส่วนใหญ่คือค้นหาข้อมูล อัพเดทข่าวสาร สรรหาความรู้และสิ่งบันเทิง รวมถึงlปฏิสัมพันธ์กับโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นการเปิดทางให้กับนักการตลาดในการสื่อสารแคมเปญ ขายสินค้า แนะนำบริการ ไม่เว้นแม้แต่การขายคอร์สเรียนแบบส่งตรงถึงเป้าหมายที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือ มีเว็บไซต์อยู่แล้ว ดีไซน์อย่างไรให้รองรับการเข้าชมในโทรศัพท์มือถือ การสร้างเว็บไซต์ นอกจากคำนึงถึงการใช้งานจากคอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องอาศัยแนวคิด Think Mobile เพื่อปรับรูปแบบการดีไซน์ให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือด้วย เจ้าของเว็บหรือติวเตอร์ที่ต้องการโปรโมทคอร์สออนไลน์ ควรเน้นดีไซน์ต่อไปนี้ ช้าเพียง 6 วินาที ลูกค้าก็ลาจาก คุณรู้หรือไม่ ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนนึงในการใช้ชีวิตของผู้คน ทำให้ทุกอย่างรวดเร็ว ทใช้ฟังก์ชันเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดข้อมูล เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ของเราได้อย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานนั้น มีความจริงข้อหนึ่งที่ว่า ถ้าเว็บไหนใช้เวลาโหลดนานอาจถูกกดออกและผ่านไปเว็บอื่นเอาดื้อ ๆ UX ต้องใช่ UI ต้องชัด  เมื่อผู้เรียนเข้าสู่เว็บไซต์ของเราแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนอยู่ในเว็บไซต์ให้นาน ไม่กดกากออกจากหน้าเว็บไปก่อน ดังนั้นเราควรมีเทคนิคการดีไซน์หน้าเว็บให้มีความสบายตา ใช้ตัวอักษรอ่านง่าย การคลิกปุ่มเพื่อ Link ไปยังหน้าต่างๆ หาง่าย โดดเด่น ใช้งานง่าย ต้องไม้ให้ผู้เรียนรู้สึกว่าหาอะไรไม่เจอ จะทำให้ผู้เรียนที่กดเข้ามาในเว็บไซต์ของเราไม่หนีออกไปเสียก่อนค่ะ Think Mobile ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิตอล ผลิตเนื้อหาในเว็บไซต์ให้มีคำตอบสำหรับผู้ค้นหาจากมือถือ เพราะการที่พวกเขากดเข้ามาในเว็บไซต์ของเราผ่านทางโทรศัพท์ แสดงถึงความสนใจ…

Share this:
Read More

จับพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์…เจาะช่องทางโปรโมทคอร์สให้ถึงผู้เรียน

หลังจากที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนเรา พฤติกรรมการใช้สื่อก็เปลี่ยนไป รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านความต้องการ ความคิด ทัศนคติ ตลอดจนการแสดงออกต่าง ๆ ของผู้คน ทุกอย่างแทบจะไม่เหมือนเดิม ดังนั้น การออกแบบคอร์สออนไลน์ และการโปรโมทให้คนสนใจ คงต้องเปลี่ยนแนวไปด้วยเช่นกัน หากใช้วิธีการแบบเก่าคงไม่เห็นผล สถาบันกวดวิชาต้องเร่งตอบสนองพฤติกรรมการใช้สื่อ และความต้องการที่ไม่เหมือนเดิมของผู้เรียน ลูกค้าเสพข้อมูลจาก Social Media เป็นหลัก พฤติกรรมการใช้สื่อในปัจจุบันของคนเรานั้น มีความต้องการรับข่าวสารที่รวดเร็วมากขึ้น อยากเป็นคนที่รู้ข่าวก่อนใคร เพื่อจะได้แชร์ก่อนคนอื่น รวมถึงต้องการการตอบรับจากสังคมที่รวดเร็วเช่นกัน ความสามารถในการรับส่งข้อมูลข่าวสารก็แคล่วคล่องว่องไว และนิยมชมชอบการรับส่งข้อมูล รูปภาพ หรือวิดีโอทาง Facebook Messenger และ LINE มากขึ้น พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ก็เปลี่ยนไปเป็นสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ และมีเพียงน้อยคนที่จะรับชม ฟัง หรือติดตามข่าวสารทางทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ เพราะส่วนใหญ่จะอัพเดทข่าวกันจากหน้าฟีดในโซเชียลมากกว่า สถาบันกวดวิชาต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ เพื่อหาช่องทางตอบสนองให้ตรงกับวิถีการใช้สื่อของกลุ่มเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ Smartphone และตัดสินใจจากรูปภาพมากกว่า ถ้าให้คนรุ่นใหม่เลือกระหว่างโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องธรรมดา กับสมาร์ทโฟนที่มีกล้องหน้าหลังพร้อมแอปพลิเคชันแต่งรูปสมบูรณ์แบบ แค่ feature นี้อย่างเดียว ไม่ต้องมีปัจจัยเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง คำถามนี้จะตอบได้ง่ายมาก ทุกคนต้องเลือกอย่างหลังอย่างแน่นอน เพราะพฤติกรรมการใช้สื่อของคนเราเปลี่ยนไป…

Share this:
Read More

หากลุ่มเป้าหมายไม่ถูกจุด ยิ่งเพิ่มต้นทุนและฉุดยอดขายให้ดิ่งลง

การหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายนับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างและขยายฐานทุกธุรกิจ รวมไปถึงธุรกิจคอร์สออนไลน์ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหากลุ่มเป้าหมายให้ถูก เพราะหากยังมัวคิดแต่ว่าการหากลุ่มเป้าหมายนั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งวิเคราะห์ก่อน ว่าควรเป็นกลุ่มไหนดีเพราะจะทำให้เสียเวลา โดยใช้วิธีการแบบสุ่ม ๆ นั้น นับว่าเป็นวิธีการที่ผิดมหันต์ เพราะจะยิ่งทำให้คุณเสียทั้งเวลาและต้นทุนในการสร้างคอร์สมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายกลับมาที่น้อยหรืออาจไม่ได้เลย ดังนั้นคุณจึงควรวิเคราะห์เสียก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณควรเป็นกลุ่มไหน ประเภทใด เพื่อที่จะได้นำคอร์สของคุณส่งไปให้ถึงลูกค้าที่แท้จริง 2 ข้อเสียของการหากลุ่มเป้าหมายไม่ถูกจุด 1. เพิ่มต้นทุน เนื่องจากการมัวเสียเวลาและรายได้จากการทุ่มหาลูกค้าไม่ถูกกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีการทำรีเสิร์ชเสียก่อน จึงทำให้การโปรโมทคอร์สไม่ถูกกลุ่ม ถูกเวลา ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทโดยการโฆษณานั้นไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้า ทำให้ไม่เกิดการซื้อคอร์ส อีกทั้งยังไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ของคุณเห็นคอร์สอีกด้วย 2. ฉุดยอดขายคอร์สของคุณให้ดิ่งลง เพราะการที่คอร์สของคุณไม่เป็นที่พบเห็นหรือพูดถึงของกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง จึงไม่ทำให้เกิดการสมัครเรียนกลับมา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการโปรโมทคอร์สโดยวิธีการสุ่มนั้น จะทำให้คนที่ไม่ต้องการลงเรียนคอร์ส เมื่อเห็นโฆษณาของคุณก็ทำได้แค่เลื่อนผ่าน  ก็อาจสร้างความถดถอยของธุรกิจ และเป็นการฉุดยอดคอร์สของคุณให้ดิ่งลงได้นั่นเอง วิเคราะห์ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณเสียก่อน               อันดับแรกในการเข้าถึงการหากลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องนั้น คือการวิเคราะห์เสียก่อนว่า “ใคร” คือคนที่ต้องการใช้บริการหรือต้องการเข้าถึงคอร์สของคุณ และพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งนับว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและจำเป็นอันดับแรกในการสร้างฐานลูกค้า ดังนั้นคุณจึงต้องหาคำตอบจากคอร์สของคุณให้ได้ว่า การเรียนคอร์สของคุณเหมาะสมกับใคร และใครที่ต้องการประโยชน์จากคอร์สของคุณ เมื่อหาคำตอบได้แล้ว คุณก็จะรู้โดยทันทีว่าประโยชน์จากคอร์สของคุณนั้นเหมาะกับใคร หลังจากนั้นจึงทำการโปรโมทให้พวกเขาได้รับรู้และเข้าถึง ก็จะสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้ง่ายๆ ค่ะ อ่านเทคนิคการยิงโฆษณาบน Facebook ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย…

Share this:
Read More

สร้างความน่าเชื่อถือให้สถาบัน เมื่อรู้ทันพฤติกรรมลูกค้า

การเป็นสถาบันที่ต้องถ่ายทอดความรู้, โค้ชชิ่ง หรือสถาบันกวดวิชา ความน่าเชื่อถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันที่นำเสนอความรู้หรือคอร์สเรียนออนไลน์ การสร้างความน่าเชื่อถืออาจติดข้อจำกัดในการปรากฏตัวทางสื่อออนไลน์ที่ไม่สามารถแสดงตัวตนจริงได้ ดังนั้น สิ่งที่จะการันตีสถาบันก็คือ ภาพลักษณ์ที่ดีด้วยวิธีสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสม สถาบันที่ต้องการสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ควรระมัดระวังการตลาดเชิงรุกที่อาจเป็นดาบสองคม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในโลกออนไลน์ก็คือ การสร้างแคมเปญให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ที่สถาบันคาดหวังว่าจะเป็นลูกค้า ได้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น สมัครใช้บริการ, ดาวน์โหลดโปรแกรม, ลงทะเบียนทดลองเรียนคอร์สออนไลน์ เป็นต้น โดยให้ผู้ตอบรับแคมเปญกรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อนำข้อมูลมาใช้ทำการตลาดเชิงรุก ดาบสองคมของการตลาดออนไลน์วิธีนี้ก็คือ การส่งสารแบบถึงตัวไปยัง email ที่ได้จากแคมเปญดังกล่าวซึ่งอาจเกิดผลลัพธ์ได้สองแง่คือ 1.ได้รับการตอบกลับ และ 2.Unsubscribe โอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลลัพธ์ที่ 2 นั้นมีอยู่มากหากสถาบันวางกลยุทธ์ไม่ดีพอ การ Unsubscribe หมายถึงความไม่เชื่อถือที่จะติดตามสถาบันของเราอีกต่อไป สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ข้อความที่ส่งไปยังผู้คาดหวัง มีสาระสำคัญหรือไม่ ถ้าเป็นข้อความ เช่น “ยินดีด้วย คุณได้รางวัลจากการลงทะเบียนแล้ว คลิกเลย”  หรือ “เพื่อนร่วมคลาสมากมายรอคุณอยู่นะ” ข้อความเหล่านี้ไม่มีสาระสำคัญและดูไม่เป็นมืออาชีพ และหากเพิ่มความถี่ในการส่ง email ลักษณะนี้มากขึ้น จะสร้างความรำคาญและนำไปสู่การยกเลิกติดตามข่าวสารทั้งหมด การส่ง email ถึงตัวผู้คาดหวังไม่ใช่ข้อห้าม แต่ควรมีเนื้อหาน่าสนใจและมีคุณค่าเพียงพอต่อการตอบรับ ควรเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์, สิ่งที่เป็นความต้องการของผู้รับ หรือวิธีแก้ปัญหาที่ผู้รับกำลังเผชิญอยู่พอดี…

Share this:
Read More

4 ช่องทางการตลาด สำหรับคอร์สออนไลน์

หากคุณเป็นกวดวิชาออนไลน์ หรือติวเตอร์ออนไลน์ ที่เพิ่งเริ่มทำคอร์สออนไลน์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ ช่องทางไหนในการโปรโมทคอร์ส และทำอย่างไรที่จะใช้ต้นทุนในการลงโฆษณาน้อยที่สุด คอร์สสแควร์ มี 4 ช่องทางในการทำการตลาดออนไลน์เบื้องต้นมาฝากกันค่ะ มาดูว่า แต่ละช่องทางนั้นดีอย่างไร Facebook ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็คือ Facebook นั่นเองค่ะ เพราะ Facebook เป็นช่องทางสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่ายในการสร้างเพจ จุดเด่น Facebook เป็นตลาดใหญ่ที่รวบรวมกลุ่มลูกค้าเอาไว้หลากหลายมากๆ เพราะปัจจุบันคนแทบจะทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มก็หันมาเล่น Facebook ถ้าเรามีช่องทางไว้สำหรับหากลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม Facebook ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจค่ะ จุดด้อย เนื่องจากในปัจจุบันที่ Facebook มีการปรับเปลี่ยน algorithm ทำให้คนมองเห็นเพจน้อยลง ดังนั้นเพจต่างๆ ที่ต้องการจะขายของ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ Twitter เป็นการเสนอข้อมูลแบบสั้น ๆ กระชับ ในการโพสต์หนึ่งครั้งต้องไม่เกิน 140 ตัวอักษร จุดเด่น คือ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้เรียนที่มีเวลาน้อย และไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ จุดด้อย คือ ในหนึ่งการโพสต์ไม่สามารถที่จะระบุรายละเอียดของคอร์สออนไลน์ได้ชัดเจน ทำให้เข้าใจรายละเอียดของคอร์สออนไลน์คลาดเคลื่อน จำเป็นต้องเปิดช่องทางในการสื่อสารอื่น ๆ…

Share this:
Read More

การสร้างคอนเทนต์ จำเป็นแค่ไหนกับธุรกิจคอร์สออนไลน์

การทำการตลาดบนออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ก็นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบันนี้เราสามารถรับการสื่อสารนอกจากการนำเสนอต่อหน้าได้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ดังนั้นการ “สร้างคอนเทนต์” ในสื่อออนไลน์ จึงต้องสามารถดึงดูดใจให้ผู้คนอยากเข้ามาอ่านสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ อีกทั้งจะต้องมีความน่าสนใจและแตกต่าง สร้างความอยากรู้อยากเห็น เพื่อให้เกิดการ “อ่านต่อ” นั่นเอง คอนเทนต์ที่ดี ควรมีลัษณะอย่างไรบ้าง ต้องเข้าใจ “ความต้องการ” ของกลุ่มเป้าหมายคอร์สออนไลน์เสียก่อน ว่าพวกเขาต้องการอะไร และ “ตอบคำถาม” ด้วยคอนเทนต์ของคุณเพื่อให้โดนใจผู้อ่าน จนเกิดการติดตามคอนเทนต์ของคุณ ดังนั้นคุณจึงต้องหาข้อมูลและทำความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมายของคุณให้ได้ เมื่อมั่นใจแล้วว่าพวกเขาต้องการอะไร ก็เสิร์ฟสิ่งนั้นกลับไปนั่นเอง เน้นคุณภาพ มากกว่าปริมาณของการนำเสนอ ซึ่งมีหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการนำเสนอโดยเน้นปริมาณจำเป็นกว่าคุณภาพที่ดีของคอนเทนต์ แต่นั่นคือความคิดที่ผิดอย่างยิ่ง เพราะปริมาณที่มากอาจทำให้คนอ่านเบื่อที่จะติดตาม อีกทั้งหากคอนเทนต์นั้นไม่มีคุณภาพ เช่น เนื้อหาไม่เป็นที่ดึงดูดใจ ไม่มีความสดใหม่ทันสมัยแล้วล่ะก็ ย่อมไม่ทำให้เกิดความน่าสนใจในคอนเทนต์นั้นแน่นอน สร้างจุดเด่นในคอนเทนต์นั้น ๆ เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมาย เลือกที่จะหยุดดูก่อนคอนเทนต์อื่น ๆ ที่ไม่น่าสนใจเท่า ซึ่งอาจเป็นการใส่ภาพเคลื่อนไหว หรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่มีความแตกต่างและสามารถสร้างความจดจำได้ง่าย คอนเทนต์ที่ดี มีความจำเป็นอย่างไรต่อคอร์สออนไลน์ของคุณ สร้างภาพจำ ให้กับคอร์สของคุณที่ต้องการนำเสนอ เพราะหากมีการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างความแตกต่างได้แล้ว ก็จะทำให้เกิดการจดจำธุรกิจของคุณได้ง่ายกว่า เกิดการใช้บริการธุรกิจของคุณ เพราะหากคอนเทนต์ของคุณมีคุณภาพ…

Share this:
Read More

5 เทคนิค การตลาดออนไลน์ ที่ทำให้ผู้เรียนรู้จักสถาบัน

การทำการตลาดออนไลน์นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงคอร์สของคุณได้มากขึ้น ซึ่งหากคุณมีการตลาดออนไลน์ที่ดี และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ก็จะทำให้เกิดการรู้จักคอร์สของคุณมากขึ้นนั่นเอง มาดูเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่สำคัญ 5 อันดับที่คุณควรต้องมี 1. การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ที่ถูกต้อง เพื่อให้การแสดงผลการค้นหาให้ติดอันดับต้น ๆ บน Google เพราะการดันให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในหน้าแรก เป็นการง่ายต่อการทำให้ผู้เรียนเห็นคอร์สของคุณและเกิดความอยากรู้ต่อหรืออยากทำความรู้จัก เปรียบเสมือนว่าคุณมีร้านค้าที่อยู่บนทำเลทองและลูกค้าเห็นร้านของคุณก่อนร้านค้าอื่น ๆ นั่นเองค่ะ 2. การยิงโฆษณาให้ปรากฏบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการตลาดแบบ Inbound Marketing โดยการใช้เทคนิคทำภาพเคลื่อนไหวหรือข้อความที่เชิญชวนให้เกิดการสะดุดดึงให้หยุดอ่าน ซึ่งการยิงโฆษณานี้ควรมีเนื้อหาที่แตกต่างหรือสร้างความประทับใจให้ผู้เรียนด้วย เพราะหากเป็นการโฆษณาโดยทั่ว ๆ ไป ก็อาจทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้นคุณจึงควรใช้บทความหรือภาพเคลื่อนไหวให้มีความแตกต่างจากที่อื่น แต่ก็ยังแทรกคอร์สของคุณเข้าไปเพื่อให้เกิดความน่าติดตามด้วย 3. การโฆษณาบน YouTube เป็นการทำสื่อวิดิโอสั้น ๆ ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายในการนำเสนอคอร์สออนไลน์ของคุณ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความต้องการที่จะเรียนรู้และใช้บริการ ซึ่งควรเป็นคลิปสั้น ๆ แต่สามารถเข้าใจได้ อีกทั้งยังต้องเป็นการนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่ได้จากการเรียนคอร์สของคุณเพื่อให้เกิดความแตกต่างอีกด้วย 4. สร้างเว็บเพจและมีการทำคอนเทนต์ที่ดี มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อีกทั้งยังควรสอดแทรกบทความหรือนำเสนอความรู้หรือเรื่องราวทันอื่น…

Share this:
Read More

นักเรียนมัธยมปลาย กลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาดเรียนออนไลน์

จากที่คอร์สสแควร์ได้รวบรวมสถิติที่สำคัญ สำหรับกวดวิชาที่ยังลังเลว่าจะทำออนไลน์หรือไม่ ไปครั้งที่แล้ว  คลิกเพื่ออ่าน ครั้งนี้คอร์สแสควร์มีข้อมูลที่น่าสนใจมาแชร์ ที่ติวเตอร์ที่จะทำออนไลน์ และกวดวิชาต้องรู้ค่ะ รู้หรือไม่ กลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมปลาย เป็นกลุ่มผู้เรียนที่ใหญ่ที่สุด ในระบบเรียนออนไลน์ จากผู้เรียน 60,000 กว่าคนในระบบเรียนออนไลน์ของคอร์สสแควร์ เราพบว่า ผู้เรียนที่เป็นส่วนใหญ่ของระบบเรียนออนไลน์ เป็นกลุ่มเด็กนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ค่ะ นอกจากนี้ยังพบว่า วิชาที่กลุ่มเด็กนักเรียนเลือกที่จะเรียนมากที่สุด 3 วิชาคือ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ คือวิชาที่เด็กเลือกเรียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากที่สุด  เพราะเหตุผลว่าการเรียนวิชายากๆ จะไม่สามารถเข้าใจได้ในครั้งเดียว การเรียนบนออนไลน์จึงช่วยตอบโจทย์ในการเรียนซ้ำตรงจุดที่ไม่เข้าใจได้ ถือว่าเป็นโอกาสที่สำคัญ สำหรับกวดวิชากลุ่มนี้ ที่ยังไม่มีระบบออนไลน์ของตัวเอง เพราะจริงๆ แล้ว มีตลาดที่รองรับอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ ถ้าคุณเป็นติวเตอร์ หรือสถาบันที่อยากสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ ปรึกษาคอร์สสแควร์ ได้ที่ช่องทาง Line : @coursesquare และเว็บไซต์  https://mine.coursesquare.co

Share this:
Read More