เคลียร์ชัด IELTS / TOEFL ต่างกันอย่างไร สอบอันไหนดี?

ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นยุคที่คนแสวงหาการเรียนต่อเยอะมากจริงๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อปริญญาโท หรือเรียนต่อต่างประเทศ และหลายๆ ครั้งก็จะมีคำถามจากคนที่กำลังเตรียมสอบ ว่าจะสอบอะไรดีนะระหว่าง IELTS หรือ TOEFL บางคนมีโครงการจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ไปทำงานในองค์กรใหญ่ หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลักสูตรอินเตอร์ ที่ส่วนใหญ่จะใช้ได้ทั้งคะแนน IELTS และ TOEFL แล้วเราจะสอบอันไหนดีล่ะ เพื่อที่จะไปใช้ยื่นคะแนน ค่าสอบก็ราคาพอๆกัน วันนี้จะมาเคลียร์ให้ชัดไปเลยค่ะ ว่า IELTS และ TOEFL แต่ละพาร์ทนั้นแตกต่างกันอย่างไร

Listening Part

IELTS :
จะมีข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ ให้เวลาสอบ 40 นาที คะแนนเต็ม 9 เราจะได้เห็นโจทย์ก่อนฟัง ทำให้เราสามารถประเมินเรื่องคร่าวๆก่อนได้ ส่วนนี้จะมีคำถามเกี่ยวกับ Vocabulary มากกว่า ถ้าใครแม่นคำศัพท์ ก็สามารถดึงคะแนนได้พอสมควรค่ะ

TOEFL :
ข้อสอบมี 34-51 ข้อ ใช้เวลาสอบ 60-90 นาที พาร์ทนี้คะแนนเต็ม 30 คะแนน เราจะไม่เห็นโจทย์ก่อนนะคะ จะต้องฟังและจับใจความให้ได้ แล้วค่อยมาตอบทีเดียว

Reading Part
พาร์ทนี้ใช้เวลาสอบเท่ากันทั้ง IELTS และ TOEFL เลยค่ะ คือให้เวลา 60 นาที

IELTS :
บทความของ IELTS จะมีหลายประเภท เรื่องความรู้ทั่วไป เรื่องน่าสนใจต่างๆ

TOEFL :
ส่วนบทความของ TOEFL จะเป็นแนววิชาการมากกว่าค่ะ โดยจะตัดมาจาก Text ของสาขานั้นๆไปเลย เช่น ชีววิทยา

Writing Part
ในพาร์ทนี้ IELTS และ TOEFL จะมี 2 Tasks เหมือนกัน แต่ IELTS จะให้เวลาสอบ  60 นาที ส่วน TOEFL จะให้เวลาสอบ 50 นาทีค่ะ

IELTS :
Task 1 ส่วนนี้จะมีกราฟ หรือตารางข้อมูลมาให้ค่ะ เราจะต้องเขียนอธิบายจากกราฟ หรือตารางที่โจทย์ให้มา โดยกำหนดคำในการเขียนขั้นต่ำ 150 คำ แนะนำให้ควรใช้เวลาเขียน Part นี้ไม่เกิน 20 นาทีนะคะ

Task 2 เขียนแสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้งในประเด็นต่างๆ ส่วนนี้จะกำหนดคำในการเขียนขั้นต่ำ 250 ค่ะ

TOEFL :
Task 1 เขียนเรียงความ โดยจะกำหนดคำในการเขียนประมาณ 200-250 คำ

Task 2 ส่วนนี้ค่อนข้างยากเหมือนกันค่ะ จะมีบทความมาให้เราอ่าน และฟัง แล้วให้เราเขียนแสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้ง และที่สำคัญต้องหาเหตุผลมายืนยันความคิดเห็นให้ได้ด้วยนะคะ ในส่วนนี้ก็จะกำหนดคำไว้ประมาณ 300 คำค่ะ


Speaking Part  

IELTS :
ในส่วนของการ Speaking ของข้อสอบ IELTS  เราจะได้พูดกับคนจริงๆค่ะ  ก็คืออาจารย์ผู้สัมภาษณ์ที่เป็นชาวต่างชาติ พาร์ทนี้จะให้เวลาสอบประมาณ 11-14 นาที ถ้าเราสื่อสารได้ ตอบได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม คำตอบไม่สั้นเกินไป ก็สามารถคว้าคะแนนพาร์ทนี้ได้ไม่ยากเลยค่ะ 

TOEFL :
แต่ในส่วนของ TOEFL การ Speaking จะใช้ระบบ Computer Based ให้เวลาสอบ 20 นาที  ซึ่งการพูดกับระบบ Computer ถ้าเราพูดผิดนิดนึง หรือพูดไม่ชัด ก็อาจจะทำให้เราโดนหักคะแนนส่วนนี้ไปได้ค่ะ   

ส่วนข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 จะเป็นคำถามทั่วไปๆ มีเวลาเตรียมตัวก่อนตอบ 15 วินาที
ส่วนที่ 2 จะมีหัวข้อให้เราอ่าน 45 วินาที และฟังอีกประมาณ 2 นาที มีเวลาให้เราเตรียมตัวก่อนตอบ 30 วินาที
ส่วนที่ 3 จะเป็นการฟังบทสนทนายาวประมาณ 2 นาที และให้เราเตรียมตัวก่อนตอบ 20 วินาที

 

ฟังๆดูแล้ว ก็โหดพอๆกัยเลยค่ะ จริงๆแล้วไม่ว่าจะ IELTS หรือ TOEFL ก็จะมีส่วนที่ยากง่ายแตกต่างกันไปในแต่ละพาร์ทค่ะ  ดังนั้นถ้าใครคิดว่าตัวเองเหมาะกับการสอบแบบไหน เลือกตามความถนัดของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ และที่สำคัญไม่ว่าจะเลือกสอบประเภทไหน ก็ต้องฝึกฝนทำข้อสอบ ฝึกอ่าน ฝึกเขียนไม่แตกต่างกัน เพื่อที่จะให้ได้คะแนนไปใช้ยื่นตามที่เราต้องการค่ะ

 

Share this:

Mirantee Noiwong

Digital Marketing of Course Square เชื่อว่าความพยายามในแต่ละครั้ง จะเกิดผลลัพทธ์เล็กๆ ที่จะกลายเป็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในวันหนึ่ง...

  1 Comment   Comment

  1. Brigid Bucker

    HelloHey thereHeyGood dayHello thereHowdyHi thereHi! Do you use Twitter? I’d like to follow you if that would be okokay. I’m definitelyundoubtedlyabsolutely enjoying your blog and look forward to new updatesposts.

    Reply

Leave a Comment