คนไอที อีกหนึ่ง Key Person ของการสร้างสถาบันกวดวิชา

ในยุคที่ผู้คนมีความเร่งรีบ ใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย และรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจต่างๆ จึงต้องหันมาให้ความทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างมาก เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้า และทันเกมการแข่งขันของการตลาดดิจิตอล คน IT จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับงานด้านการตลาดของธุรกิจ

การจัดแบ่งงานในสถาบันกวดวิชาเอง ก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ สถาบันขนาดเล็กบางแห่ง เจ้าของเป็นผู้ดูแลการตลาดด้วยตัวเอง โดยหาคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งพบว่า เมื่อมีการทำงานร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ผลดีเกินคาดสำหรับการตลาดแบบดิจิตอล

การตลาด กับ IT วิธีประสานงานที่แตกต่างเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทางการตลาด

ปรับทัศนคติในการทำงาน
นักการการตลาดและนักพัฒนาโปรแกรม อาจแนวความคิดที่แตกต่างกัน นักการตลาดมีมุมมองที่ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่านักพัฒนาโปรแกรม ในขณะที่นักพัฒนาโปรแกรมจะคร่ำหวอดในเรื่องของระบบข้อมูล และไม่มีโอกาสได้พบกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้มุมมองของ 2 ฝ่ายนี้ มีความแตกต่างกัน ก่อนลงมือทำงานจึงควรเริ่มการปรับทัศนคติและทำความเข้าใจกันให้ดีก่อน

จัดทำ Requirement สำหรับแต่ละแคมเปญ
เริ่มแรกควรร่างรูปแบบร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ความต้องการใช้ข้อมูลลูกค้าของฝ่ายการตลาด กับความเป็นไปได้ของการเขียนโปรแกรม IT สามารถไปในแนวทางเดียวกันได้ หากพบว่าตลาดมีความต้องการสูงเกินไปจน IT ทำให้ไม่ได้ ต้องร่วมกันเสนอทางเลือกสำหรับ Requirement ใหม่ วิธีนี้ช่วยผลักดันให้แคมเปญการตลาดเริ่มได้เร็วขึ้น

ให้อำนาจในการตัดสินใจ
ถ้าเป็นสถาบันขนาดเล็กจะตัดสินใจได้เร็ว วิธีที่ดีที่สุดคือการตกลงกันด้วยทางสายกลาง แต่ถ้าเป็นสถาบันกวดวิชาขนาดใหญ่ อาจต้องใช้วิธีตัดสินใจจากล่างขึ้นบน คือเปิดโอกาสให้หน่วยปฏิบัติการเลือกคำตอบที่ต้องการที่สุดก่อน แล้วส่งให้ผู้บริหารพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สถาบันใหญ่ ๆ บางแห่งใช้วิธีจ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดเข้ามาเป็นผู้ให้ความเห็นก่อนตัดสินใจ แต่วิธีนี้ผู้บริหารจะต้องมีมุมมองและวิสัยทัศน์กว้างไกลและรู้รอบในด้านการตลาดด้วย จึงจะเชื่อมั่นการตัดสินใจนั้นได้แบบ 100%

Update งานอย่างต่อเนื่อง

จัดประชุมกันเป็นระยะ แม้ว่าจะเป็นสถาบันเล็ก ๆ ทำงานกันแค่ไม่กี่คน ก็ต้องนั่งพูดคุยกันอยู่เสมอ ข้อดีของหน่วยงานขนาดเล็กก็คือ จำนวนคนน้อยจะประสานกันได้ง่าย ทั้งการตลาดและ IT ควรกำหนดตารางเวลาประชุมกันให้ตายตัว เช่น สัปดาห์ละครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้า และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน

นอกจากการปรับตัว การปรับทัศนคติที่แตกต่างให้อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ฝ่ายแล้ว นักการตลาด และนักพัฒนาโปรแกรมควรทำงานร่วมกันเป็นทีม และตระหนักในการแก้ไขปัญหา หรือการเผชิญอุปสรรค โดยไม่ตำหนิงานซึ่งกันและกัน เพราะอนาคตของการตลาดดิจิตอล ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงต้องจับมือกันไปตลอด ดังนั้นควรประสานความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป้าหมายในการสร้าง Marketing Technology ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ปรึกษาระบบเรียนออนไลน์สำหรับกวดวิชา และองค์กร
ได้ที่ช่องทาง Line : @coursesquare
และเว็บไซต์  https://mine.coursesquare.co

Share this:

Mirantee Noiwong

Digital Marketing of Course Square เชื่อว่าความพยายามในแต่ละครั้ง จะเกิดผลลัพทธ์เล็กๆ ที่จะกลายเป็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในวันหนึ่ง...

No Comments

Be the first to start a conversation

Leave a Comment