เทคนิค Video Online สร้างการรับรู้ให้สถาบัน แบบก้าวทันยุค

รู้หรือไม่? Content ที่ทำให้คนสนใจมากที่สุดในยุคนี้คือ VDO  แล้วจะทำวิดีโออย่างไรให้ผู้เรียนสนใจ และตัดสินใจซื้อคอร์สของคุณ YouTube เทรนด์แรงของการทำวิดีโอออนไลน์  ถ้าอยากให้วิดีโอของสถาบันคุณมี Impact ที่แรง ต้องสื่อผ่าน YouTube เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงคนจำนวนมาก และมากกว่าทีวีในปัจจุบัน ข้อมูลจาก Positioning Magazine Online เกี่ยวกับการสำรวจการเข้าชมวิดีโอใน YouTube พบว่ามีผู้เข้าชมเป็นกลุ่มคนทุกวัยตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 16 ปี จนถึงอายุเกิน 35 ปีซึ่งมีการใช้งานใน YouTube เป็นประจำทุกวัน เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงและใช้งานได้ง่าย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างตื่นตัวที่จะใช้เสิร์ชหาวิดีโอที่ตัวเองสนใจ ผลสำรวจยังบอกอีกด้วยว่า เหตุผลที่คนเข้า YouTube เพื่อไปค้นหาแรงบันดาลใจนั้น สูงมากเป็นอันดับ 1 เมื่อสถาบันกวดวิชาของคุณได้สร้างสรรค์วิดีโอขึ้นแล้ว จึงไม่ควรลังเลที่จะเลือก YouTube เป็นช่องทางในการเผยแพร่ ทำ VDO แนะนำคอร์สเรียนแบบสั้นๆ  รู้หรือไม่ว่า? ผู้ใช้ Facebook ส่วนใหญ่มักจะชอบดูวิดีโอสั้นๆ มากกว่าวิดีโอยาวๆ และ Content ที่เป็นวิดีโอทำให้เกิด Engagement มากที่สุดอีกด้วยค่ะ  ดังนั้นถ้าต้องการให้สถาบันของคุณเป็นที่รู้จัก และขายคอร์สได้ การทำวิดีโอจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำการตลาดได้ค่ะ สร้าง VDO…

Share this:
Read More

เว็บสอนออนไลน์จากคอร์สสแควร์ ครบทุกฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ผู้เรียนและผู้สอน

เว็บสอนออนไลน์จากคอร์สสแควร์ ที่ออกแบบฟังก์ชั่นครบ เพื่อให้ตอบโจทย์สถาบันกวดวิชาที่ต้องการให้ผู้เรียนให้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ในการเรียนผ่านระบบเรียนออนไลน์  ระบบการอัพโหลดไฟล์วิดีโอ  แน่นอนว่าการมีระบบเรียนออนไลน์ สถาบันจะต้องมีวิดีโอสอนเพื่อที่จะอัพโหลดลงไปในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้ามาเรียน ระบบเรียนออนไลน์ของคอร์สสแควร์สามารถให้คุณอัพโหลดไฟล์วิดีโอได้ไม่จำกัดจำนวนไฟล์ และขนาดของวิดีโอ สถาบันของคุณจะมีกี่คอร์ส และกี่บทเรียนก็ได้ค่ะ ระบบป้องกันวิดีโอถูกดาวน์โหลด  เรื่องระบบความปลอดภัยของวิดีโอก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คอร์สสแควร์เชื่อว่ากว่าจะผลิตวิดีโอขึ้นมา 1 บทเรียนสถาบันจะต้องใช้กำลังเงิน และกำลังคนหลายส่วนในการผลิต ดังนั้นทีม Developer ของเราจึงมุ่งมั่นพัฒนา หาวิธีในการป้องกันวิดีโอโดยใช้มาตรฐานในการป้องกันการดาวน์โหลด ระบบต่ออายุคอร์สเรียน เนื่องจากพฤติกรรมผู้เรียนหลายๆ คน ที่ต้องการเพิ่มชั่วโมงเรียนหรือวันเรียนเนื่องจากเรียนไม่ทัน หรือต้องการทบทวนเพิ่มเติม คอร์สสแควร์จึงออกแบบระบบให้สถาบันสามารถเพิ่ม/ลด วันเรียน หรือชั่วโมงเรียนได้เอง   ระบบการทำโปรโมชั่น ในปัจจุบันที่ผู้เรียนสามารถเลือกคอร์สเรียนได้ง่ายๆ ผ่านทางออนไลน์ เนื่องจากมีผู้สอนออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย การทำโปรโมชั่นจึงเป็นอีกวิธีการในการทำการตลาด เพื่อให้ผู้เรียนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ระบบเรียนออนไลน์ของคอร์สสแควร์ออกแบบมาเพื่อให้สถาบันของคุณสามารถสร้างคูปองส่วนลดออนไลน์ให้กับลูกค้าได้ และตัวระบบสามารถแจ้งเตือนวันหมดโปรโมชั่นให้กับผู้เรียนได้อีกด้วย ระบบการเก็บสถิติการเข้าเรียน รู้หรือไม่? ตัวเลขสถิติพฤติกรรมของผู้เรียนสำคัญขนาดไหน และบอกอะไรคุณได้บ้าง สามารถดูสถิติการของผู้เรียนที่เข้ามาเรียนออนไลน์ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาด นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการสอน นำข้อมูลมาใช้เพื่อออกแบบคอร์สเรียนที่เหมาะกับผู้เรียน   ระบบกระดานถาม-ตอบ ระบบกระดานถาม-ตอบ ถูกออกแบบให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถพูดคุยกันได้ผ่านกระดานถาม-ตอบ เพราะพฤติกรรมผู้เรียนที่อาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยระหว่างเรียน ระบบ VDO…

Share this:
Read More

ครูยุคใหม่ ต้องรู้…เทคนิคการสอนผู้เรียนยุคดิจิทัล

ในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้เรียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ติวเตอร์ยุคใหม่ต้องปรับตัวตามให้ทัน  มาดูกันค่ะว่า เทคนิคอะไรที่จะสามารถนำมาใช้เพื่อตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี  Gamification and Game-Based Learning การนำเสนอการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกม เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนออนไลน์ รูปแบบการเรียนดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมและมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ได้รับความรู้และสนุกสนาน ในเวลาเดียวกันทำให้ผู้เรียนเปิดใจเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ง่ายขึ้น โดยจากผลการสำรวจมีการคาดการณ์ว่า การนำเสนอการเรียนออนไลน์ผ่านรูปแบบเกมจะมีการเติบโตของตลาดส่วนนี้ ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2020    Video-Based Learning  รูปแบบการเรียนออนไลน์ผ่านรูปแบบการนำเสนอโดย Video ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อการสอนอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีแก่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจในบทเรียนได้ง่ายขึ้น จากการสำรวจ พบว่า 60% ของผู้ที่เรียนรู้จาก Video มีแนวโน้มที่จะทำตามคำแนะนำจากผู้สอนในคลิปที่นำเสนอ Virtual Reality and Augmented Reality  การเรียนเสมือนจริง ผนวกรวมกับสภาพแวดล้อมจริง ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้รูปแบบการนำเสนอการเรียนมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเข้าใจในบทเรียนได้ง่ายขึ้น เสมือนเรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยการเรียนรู้ผ่านระบบดังกล่าวผู้เรียนจะเรียนรู้ผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยินเสียง การสัมผัส ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจบทเรียนโดยผ่านสถานการณ์ที่เสมือนจริง วิธีการนี้ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจในการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการเรียนออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   Virtual Reality and…

Share this:
Read More

คนไอที อีกหนึ่ง Key Person ของการสร้างสถาบันกวดวิชา

ในยุคที่ผู้คนมีความเร่งรีบ ใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย และรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจต่างๆ จึงต้องหันมาให้ความทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างมาก เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้า และทันเกมการแข่งขันของการตลาดดิจิตอล คน IT จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับงานด้านการตลาดของธุรกิจ การจัดแบ่งงานในสถาบันกวดวิชาเอง ก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ สถาบันขนาดเล็กบางแห่ง เจ้าของเป็นผู้ดูแลการตลาดด้วยตัวเอง โดยหาคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งพบว่า เมื่อมีการทำงานร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ผลดีเกินคาดสำหรับการตลาดแบบดิจิตอล การตลาด กับ IT วิธีประสานงานที่แตกต่างเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทางการตลาด ปรับทัศนคติในการทำงาน นักการการตลาดและนักพัฒนาโปรแกรม อาจแนวความคิดที่แตกต่างกัน นักการตลาดมีมุมมองที่ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่านักพัฒนาโปรแกรม ในขณะที่นักพัฒนาโปรแกรมจะคร่ำหวอดในเรื่องของระบบข้อมูล และไม่มีโอกาสได้พบกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้มุมมองของ 2 ฝ่ายนี้ มีความแตกต่างกัน ก่อนลงมือทำงานจึงควรเริ่มการปรับทัศนคติและทำความเข้าใจกันให้ดีก่อน จัดทำ Requirement สำหรับแต่ละแคมเปญ เริ่มแรกควรร่างรูปแบบร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ความต้องการใช้ข้อมูลลูกค้าของฝ่ายการตลาด กับความเป็นไปได้ของการเขียนโปรแกรม IT สามารถไปในแนวทางเดียวกันได้ หากพบว่าตลาดมีความต้องการสูงเกินไปจน IT ทำให้ไม่ได้ ต้องร่วมกันเสนอทางเลือกสำหรับ Requirement ใหม่…

Share this:
Read More

Checklist ถึงเวลาหรือยังที่สถาบันของคุณ ต้องมีระบบเรียนออนไลน์

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจในระบบเรียนออนไลน์เป็นอย่างดีนัก พอเห็นหลายๆ สถาบันเริ่มมีระบบเรียนออนไลน์แล้ว ก็เริ่มมีคำถามว่าแล้วสถาบันของเรา หรือตัวเราควรจะเริ่มมีระบบเรียนออนไลน์ได้บ้างหรือยัง ถ้ายังไม่แน่ใจลองมา Checklist ดูกันค่ะว่าคุณเจอปัญหาเหล่านี้ครบทุกข้อแล้วหรือยัง ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ต้องแบกรับ  แน่นอนว่าการมีโรงเรียนกวดวิชาหนึ่งแห่งนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และยังต้องมีค่าใช้จ่าย Fixed Cost ต่อเดือนที่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าสถานที่ยิ่งสถานที่ใกล้แหล่งที่เด็กนักเรียนเยอะก็ยิ่งราคาสูง ค่าน้ำ ค่าไฟที่ต้องมีการเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ค่าเงินเดือนพนักงาน ยิ่งมีสาขามากค่าใช้จ่าย Fixed Cost ก็ยิ่งสูงตามค่ะ   การหานักเรียนมาเรียนเริ่มเป็นเรื่องยาก  เพราะพฤติกรรมผู้เรียนในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้วค่ะ ผู้เรียนเริ่มรู้จักระบบเรียนออนไลน์ และพบว่าตอบโจทย์การเรียนพิเศษในปัจจุบันได้ดีกว่าการเรียนพิเศษแบบเดิมๆ เนื่องจากต้องเรียนหลายวิชา การจัดสรรเวลาเรียนให้สามารถเรียนได้ครบทุกวิชาจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้เรียนอย่างมาก ทั้งนี้ยังช่วยลดเวลาในการเดินทางตอนเย็น หรือวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อไปเรียนพิเศษอีกด้วย เพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผู้เรียนตัดสินใจเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การหานักเรียนมาเรียนที่สถาบันจึงเป็นเรื่องยากขึ้น และตัวเลขผู้เรียนที่จะไปเรียนที่สถาบันจะลดลงเรื่อยๆ ต้องเสียเวลาและต้นทุนไปกับการผลิตหนังสือ  อีกหนึ่งต้นทุนที่คนเปิดสถาบันกวดวิชาต้องแบกรับก็ค่าหนังสือนั่นเองค่ะ แถมยังต้องผลิตเผื่อไว้อีกด้วย  การทำระบบเรียนออนไลน์จะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ เพราะระบบสามารถอัพโหลดไฟล์เอกสารเพื่อให้นักเรียนสามารถดาวน์โหลดเอกสารการเรียนเฉพาะบทเรียนได้ ทางสถาบันเองก็สามารถลดต้นทุนในการผลิตหนังสือไปได้อีกค่อนข้างมาก ผู้เรียนเริ่มหายไปจากคลาสเรียน  ดังที่กล่าวไปข้างต้นถึงพฤติกรรมผู้เรียนที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าคลาสเรียนของคุณอาจจะมีนักเรียนน้อยลงเรื่อยๆ ค่ะ สอนหนังสือตลอดเวลา ไม่มีเวลาอัพเดทความรู้ใหม่ๆ  การจัดตารางห้องเรียนสด อาจจะทำให้ผู้สอนต้องสอนตลอดเวลา สอนทุกวันแทบจะไม่มีวันหยุด แต่เนื้อหาการเรียนหรือข้อสอบมีการอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา หากคุณมีระบบเรียนออนไลน์ ผู้สอนจะใช้เวลาในการสอนไปกับการอัดวิดีโอในครั้งแรกเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าสามารถนำเวลาที่เหลือไปศึกษาหาความรู้ใหม่…

Share this:
Read More

ระบบอบรมแบบเดิม VS ระบบอบรมยุคดิจิทัล

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ บริษัทไหนหรือธุรกิจใดมีการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานของบริษัทได้มากที่สุด จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำงานให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี อาจจะส่งผลถึงรายได้  และผลกำไรที่มากขึ้นอีกด้วยนะคะ บางบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ และความรู้ของพนักงาน แน่นอนว่าการจัดอบรมให้พนักงาน จึงแทบจะเป็นหนึ่งในนโยบายของบริษัทที่ต้องจัดทำกันเป็นประจำทุกปี จะดีแค่ไหนถ้าบริษัทมีตัวช่วยในการอบรม ให้พนักงานได้ความรู้เหมือนเดิม พัฒนาทักษะได้เหมือนเดิม วัดผลประเมินผลได้ดีกว่าเดิม แต่ช่วยลดต้นทุนในการจัดอบรม และได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม  คอร์สสแควร์เปรียบเทียบระหว่างการจัดอบรมแบบเดิม และการจัดอบรมระบบออนไลน์มาให้ดูกันชัดๆ เลยค่ะ เพื่อให้บริษัทได้เห็นภาพ และตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ  รูปแบบการเรียนรู้  ระบบอบรมแบบเดิม HR ต้องจัดหาสถานที่ จัดหาห้องเพื่อให้พนักงานเข้าร่วมอบรม หากเป็นบริษัทที่มีหลายสาขา จำเป็นต้องให้พนักงานแต่ละสาขามาเรียนรวมกันในสถานที่เดียว บริษัทอาจจะต้องมีการเพิ่มต้นทุนค่าเดินทาง หรือค่าสถานที่ และยังเสียโอกาสในการทำงานอีกด้วย อบรมระบบออนไลน์ในยุคดิจิทัล จะช่วยให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน เพราะพนักงานสามารถเข้าเรียนผ่านออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต สามารถจัดสรรการเรียนให้ไม่ตรงกับเวลางานได้ การวิเคราะห์พฤติกรรมพนักงาน แน่นอนว่าการอบรมนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะ และความรู้ให้กับพนักงานในองค์กร บริษัทเองก็ต้องการตรวจสอบความเข้าใจ และความตั้งใจของพนักงานว่าเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดหรือไม่ นอกจากนี้บางบริษัทก็มีการวัดผลจากการอบรม และนำไปใช้เป็น KPI ในการวัดผลประเมินผลพนักงานอีกด้วย  ระบบอบรมแบบเดิม HR อาจจะต้องจะต้องให้วิทยากรเป็นผู้สังเกตุพฤติกรรมของผู้เรียน ว่ามีความตั้งใจในการอบรม หรือเข้าอบรมครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่ และอาจจะต้องทำชุดข้อสอบเพื่อวัดผลประเมินผลความเข้าใจหลังจบการอรม ระบบอบรมออนไลน์ยุคดิจิทัล HR สามารถเข้าถึงพฤติกรรมผู้เรียนได้ผ่านระบบหลังบ้าน สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนของพนักงานได้เป็นรายบุคคล สามารถสร้างระบบข้อสอบให้พนักงานทำได้บนออนไลน์ และวัดผลคะแนนได้ทันที…

Share this:
Read More

ติดปีกให้องค์กร พัฒนาบุคลากรด้วยระบบเรียนออนไลน์

การแข่งขันขององค์กรต่าง ๆ ล้วนมีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้ล้มหายตายจากออกไปจากระบบในทุก ๆ วัน ซึ่งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า “พนักงาน” เป็นปัจจัยอีกตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังนั้นพนักงานที่มีทักษะการทำงานที่เพียงพอและพร้อมที่จะทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปกับองค์กร มักเป็นตัวขับเคลื่อนที่จะนำพาองค์กรไปสู้เป้าหมายความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ ดังนั้นเพื่อให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพและสามารถตอบโจทย์ทุกการเปลี่ยนแปลงจากตลาดได้ จึงกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กร ในการเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ ในสิ่งที่พวกเขาต้องการและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันการเรียนออนไลน์ เป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอีกเครื่องมือหนึ่ง ซึ่งจากผลการสำรวจพบได้ว่า การเติบโตของตลาดการเรียนออนไลน์ในปัจจุบัน มีการเติบโตเพิ่มสูงจากปี   2000 มากกว่า  900 %  และมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยจาก Walden University  ที่ได้สนับสนุนให้เห็นถึงความสำคัญในการนำการเรียนออนไลน์มาใช้ในองค์กร โดยผลสรุปจากงานวิจัยสรุปไว้ว่า ผู้บริหารควรเพิ่มระบบการเรียนออนไลน์เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะการทำงานของพนักงาน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการเรียนจะส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการบริหารจัดการในอนาคต และจากการรวบรวมความคิดเห็นจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล พบว่าการนำระบบเรียนออนไลน์มาใช้ในองค์กร มีประโยชน์กับองค์กรดังนี้ Efficiency and convenience ความมีประสิทธิภาพและความสะดวกสบายของการเรียนออนไลน์ ที่เอื้อประโยชน์แก่พนักงานในการจัดสรรเวลาการเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการ โดยสามารถเข้าเรียนรู้ได้ 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ส่งผลให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนเพิ่มมากขึ้น และในท้ายที่สุดแล้วย่อมส่งผลต่อทักษะการทำงานที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและผลิตผลขององค์กรได้โดยบริษัทชั้นนำด้านการสำรวจอย่าง American…

Share this:
Read More

การตลาดแบบ Think Mobile ขายคอร์สออนไลน์ส่งตรงถึงมือผู้เรียน

สิ่งที่อยู่ในมือของคนไทยนานที่สุดต่อวันเห็นจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ลักษณะการใช้งานส่วนใหญ่คือค้นหาข้อมูล อัพเดทข่าวสาร สรรหาความรู้และสิ่งบันเทิง รวมถึงlปฏิสัมพันธ์กับโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นการเปิดทางให้กับนักการตลาดในการสื่อสารแคมเปญ ขายสินค้า แนะนำบริการ ไม่เว้นแม้แต่การขายคอร์สเรียนแบบส่งตรงถึงเป้าหมายที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือ มีเว็บไซต์อยู่แล้ว ดีไซน์อย่างไรให้รองรับการเข้าชมในโทรศัพท์มือถือ การสร้างเว็บไซต์ นอกจากคำนึงถึงการใช้งานจากคอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องอาศัยแนวคิด Think Mobile เพื่อปรับรูปแบบการดีไซน์ให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือด้วย เจ้าของเว็บหรือติวเตอร์ที่ต้องการโปรโมทคอร์สออนไลน์ ควรเน้นดีไซน์ต่อไปนี้ ช้าเพียง 6 วินาที ลูกค้าก็ลาจาก คุณรู้หรือไม่ ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนนึงในการใช้ชีวิตของผู้คน ทำให้ทุกอย่างรวดเร็ว ทใช้ฟังก์ชันเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดข้อมูล เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ของเราได้อย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานนั้น มีความจริงข้อหนึ่งที่ว่า ถ้าเว็บไหนใช้เวลาโหลดนานอาจถูกกดออกและผ่านไปเว็บอื่นเอาดื้อ ๆ UX ต้องใช่ UI ต้องชัด  เมื่อผู้เรียนเข้าสู่เว็บไซต์ของเราแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนอยู่ในเว็บไซต์ให้นาน ไม่กดกากออกจากหน้าเว็บไปก่อน ดังนั้นเราควรมีเทคนิคการดีไซน์หน้าเว็บให้มีความสบายตา ใช้ตัวอักษรอ่านง่าย การคลิกปุ่มเพื่อ Link ไปยังหน้าต่างๆ หาง่าย โดดเด่น ใช้งานง่าย ต้องไม้ให้ผู้เรียนรู้สึกว่าหาอะไรไม่เจอ จะทำให้ผู้เรียนที่กดเข้ามาในเว็บไซต์ของเราไม่หนีออกไปเสียก่อนค่ะ Think Mobile ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิตอล ผลิตเนื้อหาในเว็บไซต์ให้มีคำตอบสำหรับผู้ค้นหาจากมือถือ เพราะการที่พวกเขากดเข้ามาในเว็บไซต์ของเราผ่านทางโทรศัพท์ แสดงถึงความสนใจ…

Share this:
Read More

จับพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์…เจาะช่องทางโปรโมทคอร์สให้ถึงผู้เรียน

หลังจากที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนเรา พฤติกรรมการใช้สื่อก็เปลี่ยนไป รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านความต้องการ ความคิด ทัศนคติ ตลอดจนการแสดงออกต่าง ๆ ของผู้คน ทุกอย่างแทบจะไม่เหมือนเดิม ดังนั้น การออกแบบคอร์สออนไลน์ และการโปรโมทให้คนสนใจ คงต้องเปลี่ยนแนวไปด้วยเช่นกัน หากใช้วิธีการแบบเก่าคงไม่เห็นผล สถาบันกวดวิชาต้องเร่งตอบสนองพฤติกรรมการใช้สื่อ และความต้องการที่ไม่เหมือนเดิมของผู้เรียน ลูกค้าเสพข้อมูลจาก Social Media เป็นหลัก พฤติกรรมการใช้สื่อในปัจจุบันของคนเรานั้น มีความต้องการรับข่าวสารที่รวดเร็วมากขึ้น อยากเป็นคนที่รู้ข่าวก่อนใคร เพื่อจะได้แชร์ก่อนคนอื่น รวมถึงต้องการการตอบรับจากสังคมที่รวดเร็วเช่นกัน ความสามารถในการรับส่งข้อมูลข่าวสารก็แคล่วคล่องว่องไว และนิยมชมชอบการรับส่งข้อมูล รูปภาพ หรือวิดีโอทาง Facebook Messenger และ LINE มากขึ้น พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ก็เปลี่ยนไปเป็นสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ และมีเพียงน้อยคนที่จะรับชม ฟัง หรือติดตามข่าวสารทางทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ เพราะส่วนใหญ่จะอัพเดทข่าวกันจากหน้าฟีดในโซเชียลมากกว่า สถาบันกวดวิชาต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ เพื่อหาช่องทางตอบสนองให้ตรงกับวิถีการใช้สื่อของกลุ่มเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ Smartphone และตัดสินใจจากรูปภาพมากกว่า ถ้าให้คนรุ่นใหม่เลือกระหว่างโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องธรรมดา กับสมาร์ทโฟนที่มีกล้องหน้าหลังพร้อมแอปพลิเคชันแต่งรูปสมบูรณ์แบบ แค่ feature นี้อย่างเดียว ไม่ต้องมีปัจจัยเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง คำถามนี้จะตอบได้ง่ายมาก ทุกคนต้องเลือกอย่างหลังอย่างแน่นอน เพราะพฤติกรรมการใช้สื่อของคนเราเปลี่ยนไป…

Share this:
Read More

หากลุ่มเป้าหมายไม่ถูกจุด ยิ่งเพิ่มต้นทุนและฉุดยอดขายให้ดิ่งลง

การหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายนับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างและขยายฐานทุกธุรกิจ รวมไปถึงธุรกิจคอร์สออนไลน์ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหากลุ่มเป้าหมายให้ถูก เพราะหากยังมัวคิดแต่ว่าการหากลุ่มเป้าหมายนั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งวิเคราะห์ก่อน ว่าควรเป็นกลุ่มไหนดีเพราะจะทำให้เสียเวลา โดยใช้วิธีการแบบสุ่ม ๆ นั้น นับว่าเป็นวิธีการที่ผิดมหันต์ เพราะจะยิ่งทำให้คุณเสียทั้งเวลาและต้นทุนในการสร้างคอร์สมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายกลับมาที่น้อยหรืออาจไม่ได้เลย ดังนั้นคุณจึงควรวิเคราะห์เสียก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณควรเป็นกลุ่มไหน ประเภทใด เพื่อที่จะได้นำคอร์สของคุณส่งไปให้ถึงลูกค้าที่แท้จริง 2 ข้อเสียของการหากลุ่มเป้าหมายไม่ถูกจุด 1. เพิ่มต้นทุน เนื่องจากการมัวเสียเวลาและรายได้จากการทุ่มหาลูกค้าไม่ถูกกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีการทำรีเสิร์ชเสียก่อน จึงทำให้การโปรโมทคอร์สไม่ถูกกลุ่ม ถูกเวลา ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทโดยการโฆษณานั้นไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้า ทำให้ไม่เกิดการซื้อคอร์ส อีกทั้งยังไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ของคุณเห็นคอร์สอีกด้วย 2. ฉุดยอดขายคอร์สของคุณให้ดิ่งลง เพราะการที่คอร์สของคุณไม่เป็นที่พบเห็นหรือพูดถึงของกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง จึงไม่ทำให้เกิดการสมัครเรียนกลับมา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการโปรโมทคอร์สโดยวิธีการสุ่มนั้น จะทำให้คนที่ไม่ต้องการลงเรียนคอร์ส เมื่อเห็นโฆษณาของคุณก็ทำได้แค่เลื่อนผ่าน  ก็อาจสร้างความถดถอยของธุรกิจ และเป็นการฉุดยอดคอร์สของคุณให้ดิ่งลงได้นั่นเอง วิเคราะห์ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณเสียก่อน               อันดับแรกในการเข้าถึงการหากลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องนั้น คือการวิเคราะห์เสียก่อนว่า “ใคร” คือคนที่ต้องการใช้บริการหรือต้องการเข้าถึงคอร์สของคุณ และพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งนับว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและจำเป็นอันดับแรกในการสร้างฐานลูกค้า ดังนั้นคุณจึงต้องหาคำตอบจากคอร์สของคุณให้ได้ว่า การเรียนคอร์สของคุณเหมาะสมกับใคร และใครที่ต้องการประโยชน์จากคอร์สของคุณ เมื่อหาคำตอบได้แล้ว คุณก็จะรู้โดยทันทีว่าประโยชน์จากคอร์สของคุณนั้นเหมาะกับใคร หลังจากนั้นจึงทำการโปรโมทให้พวกเขาได้รับรู้และเข้าถึง ก็จะสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้ง่ายๆ ค่ะ อ่านเทคนิคการยิงโฆษณาบน Facebook ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย…

Share this:
Read More